SONY หรือ SAMSUNG ใหญ่กว่ากัน?

SONY หรือ SAMSUNG ใหญ่กว่ากัน?

ในอดีต คงปฏิเสธไม่ได้ว่า SONY มีสินค้าที่เกี่ยวข้องกับชีวิตเรามากมายตั้งแต่ Soundabout Walkman ทีวี กล้องถ่ายรูป โทรศัพท์มือถือ วิดีโอเกม Play Station แต่ในช่วงหลังๆมานี้ชื่อของ SONY ดูเหมือนจะมีคู่แข่งจากเกาหลีมาเทียบชั้น บริษัทนั้นชื่อ SAMSUNG ที่เราน่าจะได้ยินบ่อยกว่าในช่วงหลัง

แล้วตอนนี้ SONY ยังใหญ่กว่า SAMSUNG อยู่ไหม?

SONY ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี 1946 โดยคุณ Masaru Ibuka เริ่มจากเป็นร้านขายเครื่องใช้ไฟฟ้าในห้างในโตเกียว มีพนักงานอยู่ 8 คน สินค้าตัวแรกของบริษัทคือวิทยุทรานซิสเตอร์ ตอนแรกชื่อบริษัทคือ Tokyo Tsushin Kogyo หรือ Tokyo Telecommunications Engineering Corporation ย่อว่า Totsuko แต่ชื่อนี้ดันออกเสียงยากสำหรับฝรั่ง เจ้าของจึงเปลี่ยนชื่อเป็น SONY

ตั้งแต่นั้นมา SONY มีสินค้าอิเล็กทรอนิกส์เป็นที่นิยมของทั่วโลก และเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้ญี่ปุ่นพัฒนาขึ้นจนเป็นประเทศมหาอำนาจในการส่งออกสินค้าในยุคปี 1960-1980 จนเกิดคำว่า “Made in Japan” ถ้าเราได้ยินคำนี้เมื่อไร แปลว่าสินค้ามีคุณภาพดี

ตอนนี้ SONY มีธุรกิจอื่นนอกจากเครื่องใช้ไฟฟ้าด้วย เช่น ธุรกิจวิดีโอเกม ธุรกิจเพลง ภาพยนตร์ การเงิน ประกันชีวิต ทั้งหมดรวมกันกลายเป็นอาณาจักรที่ยิ่งใหญ่ รายได้รวมกันมากถึง 2.3 ล้านล้านบาท ถ้าเทียบแล้ว SONY มีรายได้มากกว่าทุกบริษัทในประเทศไทย..

แต่.. ดูเหมือนว่าเร็วๆนี้จะมีคู่แข่งที่ทำได้ดีกว่า SONY

SAMSUNG ก่อตั้งเมื่อปี 1938 โดยคุณ Lee Byung-chul คงไม่มีใครคิดว่า SAMSUNG เริ่มธุรกิจจากการส่งออกปลาแห้ง หลังสงครามเกาหลีบริษัทได้ทำธุรกิจสิ่งทอ และเริ่มไป ธุรกิจอาหาร ประกัน หลักทรัพย์ และ ค้าปลีก ใน 30 ปีแรกของบริษัทยังไม่ได้มีสินค้าอิเล็กทรอนิกส์สักชิ้นเดียว

ในปี 1960 SAMSUNG เริ่มเข้าสู่ธุรกิจอิเล็กทรอนิกส์ สินค้าตัวแรกคือทีวีจอขาวดำ และหลังจากนั้น SAMSUNG ได้ทุ่มงบวิจัยและพัฒนามหาศาลทำให้บริษัทก้าวขึ้นมาเป็นผู้นำในอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ของโลกได้อย่างรวดเร็ว

ตอนนี้อาณาจักร SAMSUNG มีไปถึงอุตสาหกรรมการก่อสร้าง วิศวกรรม ต่อเรือ การเงิน ประกันชีวิต ประกันภัย การแพทย์ หรือ สวนสนุกก็ยังมี สวนสนุกชื่อ Everland เป็นสวนสนุกที่ใหญ่ที่สุดในเกาหลี

แล้วตอนนี้ SONY หรือ SAMSUNG ใหญ่กว่ากัน?

10 ปีที่แล้ว..
SONY มีรายได้ 2.5 ล้านล้านบาท
SAMSUNG มีรายได้ 2.9 ล้านล้านบาท
ตอนนี้
SONY มีรายได้ 2.3 ล้านล้านบาท
SAMSUNG มีรายได้ 6.0 ล้านล้านบาท

10 ปีที่แล้ว..
SONY มีกำไร 37,900 ล้านบาท
SAMSUNG มีกำไร 237,042 ล้านบาท
ตอนนี้
SONY มีกำไร 22,000 ล้านบาท
SAMSAUNG มีกำไร 670,322 ล้านบาท

10 ปีที่แล้ว..
SONY มีมูลค่าบริษัท 1.7 ล้านล้านบาท
SAMSUNG มูลค่าบริษัท 2.4 ล้านล้านบาท
ตอนนี้
SONY มีมูลค่าบริษัท 1.8 ล้านล้านบาท
SAMSUNG มูลค่าบริษัท 11.8 ล้านล้านบาท

สรุป 10 ปีที่แล้ว SAMSUNG กับ SONY อาจจะใหญ่พอๆกัน แต่ตอนนี้ SAMSUNG ใหญ่กว่า SONY มากถึง 6.5 เท่า..

ในมุมมองของผู้ถือหุ้น SAMSUNG ใน 10 ปีที่ผ่านมาเขาน่าจะได้กำไรหลายเท่าตัว แต่สำหรับผู้ถือหุ้น SONY ใน 10 ปีที่ผ่านมาคงเป็นทศวรรษที่หายไป เพราะบริษัทย่ำอยู่กับที่

ที่น่าสนใจคือ ตัวเลขที่นำมาแสดงนั้นจะเป็นเฉพาะของบริษัท Samsung Electronics ซึ่งทำธุรกิจอิเล็กทรอนิกส์เท่านั้น แต่ของ SONY จะเป็นตัวเลขของทุกธุรกิจรวมกัน ซึ่งหมายความว่าถ้าให้รวมธุรกิจอื่นของ SAMSUNG เข้าไปด้วย อาณาจักรของ SAMSUNG น่าจะทิ้งห่าง SONY ไปอีกแบบไม่เห็นฝุ่น..

Comments

comments



98 thoughts on “SONY หรือ SAMSUNG ใหญ่กว่ากัน?”

  • ถ้าอย่างนั้นก้คงตอบไม่ได้หรอกครับว่า ใครใหญ่กว่าในเมื่อ ยังรวมธุรกิจยังไม่หมดเลย

  • SAMSUNG ตอนเริ่มต้นอยู่ในกลุ่ม “แชโบล” ด้วย รัฐบาลดันหลังสนับสนุนเต็มที่ เลยทำให้มีข้อได้เปรียบหลายๆอย่าง เรียกว่าเติมทรูในช่วงแรก แต่ตอนนี้ถึงไม่มีแชโบลแล้ว แต่ SAMSUNG ก็อยู่ในทุกๆอณูของเกาหลีจนแข็งแกร่งไปแล้ว

  • เคยอ่านข่าวคนเกาหลีใีต้เองนิยมใช้ LG ส่วน Samsung คนเกาหลใต้มองว่าด้อยกว่า เจ้าของแบรนด์ยังไม่นิยมใช้ แต่การทำการตลาดในต่างประเทศเน้นลูกเล่นเยอะ แต่โดยรวมไม่ดีซักอย่างเปรียบเทียบเหมือนเป็ด ส่วน LG ก็เป็นแบรนด์เกาหลีใต้.

  • ซัมซุงมีทำเครื่องสำอางค์ขายด้วยครับ ทั้งเกรดบี และเอและพรีเมี่ยม ยิ่งเข้าถึงกระเป๋าเงินคนได้ทุกกลุ่มจริงๆ

  • เป็นการมองการไกลของ sumsung
    เคยเป็นคนงานรับเหมาในมาบตาพุด ระยอง
    sumsung มี บ. ที่ก่อสร้าง โรงกลั่น ของ scg , bst
    กลุ่มนี้จะใช้ บ. ในไทยทำงานร่วมกัน
    มีคนเล่าว่า กลุ่มรับเหมา นั้น เช่น state construction รุ่นลูก ที่ มาเป็นผู้บริหารในบัจจุบัน เคยเรียนหนังสือด้วยกัน พอเวลามีงานรับเหมา จะดึงให้มารับงานกันครับ.
    แต่…เรื่องของเรื่อง เคยเห็น เอกสารเก่า พวกแบบ typical drawing ของ sumsung ที่ใช้ในโรงกลั่น
    เปรียบเทียบกับ ของ ญี่ปุ่นแล้ว ญี่ปุ่นทำงาน ละเอียด และก็…ปลอดภัย มากกว่าครับ.

  • ค่ายญี่ปุ่นอิเลคทรอนิคมีหลายค่ายเกาหลีมีแค่สองค่าย แต่ญี่ปุ่นเครื่องใช้ไฟฟ้าบ้านมีปัญหาขาดทุนทุกค่ายตอนนีืแย่เลยขายกิจการเป็นว่าเล่นทั้บๆที่ ของแมร่งก็ขายกันโคตรแพงเลย

    • Lcd samsung ใช้ได้ 2-3 ปีจอดับ ศูนย์บอกเมนบอร์ดเสีย ไม่มีอะไหล่เปลี่ยน หมดประกันทิ้งอย่างเดียว อีกเครื่อง sony bravia ใช้มา 4 ปีไม่มีงอแงเลยครับ

  • หลัก”ล้านล้านบาท” นี่ไม่น้อยนะครับ เช่น 10 ปีที่แล้ว รายได้โซนี่น้อยกว่าซัมซุง 4 แสนล้านบาทเลย

    พอมาดูมูลค่า กับกำไรซัมซุงยิ่งเยอะกว่า

  • ไม่ใช่แค่โซนี่แต่เหมื่อนญี่ปุ่นหยุดตัวเองไปเลย อ่านบทความหรือรายอะไรสักอย่างที่ว่าคนญี่ปุ่นรุ่นใหม่ๆหมดความทะเยอทะยาน เพราะประเทศประสบความสำเร็จเกือบทุกด้านหมดแล้ว เป็นโจทย์ใหญ่ของรัฐบาลที่จะต้องหาความท่าทายใหม่ๆซึ่งก็ยังไม่เห็น

  • รู้แต่ว่า โทรศัพท์โซนี่ใช้มาหลายปีแล้ว หล่นแล้วหล่นอีกหน้าจอไม่เป็นอะไร เสียงยังแจ่ม เมื่อเทียบกับซัมซุง ซึ่งหน้าจอแตกไป 2 เครื่องและเสียงก็คุณภาพกาก ๆ…

  • ไปแปลกใจเลย. เพราะถ้าเอาตัวเองเป็นที่ตั้ง 15-20 ปีที่แล้ว. แบรนด์เครื่องใช้ไฟฟ้าเกาหลี เรายังร้องยี้. ต้อง Sony pana เท่านั้น. แต่ตอนนี้นะเหรอไม่ได้คิดแบรนด์ยุ่นเลย. ซื้อทีวี. กำเงินไปหา Samsung. ทันที.

    ตอนนี้ลองจับตาจีน ยี่ห้อ xiaomi. ดูครับ. คู่แข่งมาแรงแน่ๆ

    • แต่ know-how บางอย่าง เกายังตียุ่นไม่ได้. เช่น แอร์มิตซูบิชิ ยัง เจ๋งกว่า Samsung. ต้องติดตามต่อไป

    • ในฐานะที่ผมอยู่ในวงการแอร์ มิสซุนี่เค้าได้ตลาดในแถบๆเอเชียครับ แต่ซัมซุง เค้าได้ตลาดไปถึงยุโรปอเมริกาแล้วครับ แต่ถ้าเอาวงในเอเชีย เครดิตมิสซูเค้าทำไว้ดีจริง

    • ลูกค้าหลากหลายครับ ผมเคยเจอทั้งคนที่ใช้มิสซูมาเป็นสิบปีแล้วไม่พังก็มี ใช้ซัมซุงมาเป็นสิบปีก็ไม่พังก็มี แต่ผมเปรียบเทียบตามจำนวนและปัญหา เอาตั้งแต่ต้นปีเลย ถ้าจำนวนเท่าๆกัน ผมว่ามิสซูคอมเพลนปัญหากลับมาเยอะกว่าซัมซุงนะครับ

    • สำหรับผม ลองทีวี samsung มา 2 ตัวแระ เสียบ่อย เลยไม่ค่อยชอบ sony pana ไม่ยักกะเจอ ตอนนี้ก็เลย say no กับ samsung

    • แอร์ซัมซุง ครีบคอลเย็นบางกว่ามิตซูครับ ฉีดน้ำแรงครีบล้มครับ มิตซูไม่ล้ม คอมแอร์ ซัมซุงดังกว่ามิตซูครับ เย็นช้า เย็นไม่ ฉ่ำเหมือนมิตซู ห้องพี่สาวแฟนใช้ซัมซุง ผมใช้มิตซูครับ

    • เห็นเพื่อนที่อยู่คอนโดแล้วคอนโดแถมมิตซู ใช้ไป1ปีพัง น้ำหยด ปัญหานี้ในพันทิปก็บ่นกัน

  • ของโซนี่ มันทนครับ. ใช้มา 10 ปีก็ไม่ค่อยพัง. แต่ของ ss หมดประกัน แปปๆ พัง. แต่คนก็ซื้อแต่ ss เพราะ ราคาถูกกว่า ดีไซค์สวย ลูกเล่นเยอะ แต่ไม่ใช้งานจริง

  • ซัมซุงมีธุรกิจแตกแขนงไปอย่างกว้างขวางจริงค่ะ แม้แต่ธุรกิจค้าขายน้ำหอมและเครื่องสำอาง , เครื่องประดับในดิวตี้ฟรี ทุ่มเงินไม่อั้นเพื่อที่จะได้ขยายธุรกิจครอบคลุมตลาดต่างประเทศ ตัวอย่างเช่นสนามบินชางงี สิงคโปร์หลายๆร้านในทุกเทอมินอลเป็นของชีล่า ซัมซุง แล้วเอาสินค้าแบรนด์เกาหลีเข้ามาขายให้มากที่สุด แม้แต่ในภูเก็ตดิวตี้ฟรีใหม่ที่เพิ่งสร้างเสร็จก็มีชีลล่า ของซัมซุงที่เข้าไปทำในส่วนของ เครื่องประดับแบรนด์หรู ส่วนตัวแล้วไม่เคยชอบสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ของซัมซุงเลยไม่เคยประทับใจแม้แต่ครั้งเดียว

  • ไกด์ที่เกาหลี​บอกว่า ธุรกิจ​ในเกาหลีใต้​ 70%เป็นของ ซัมซุง​ ไม่เว้นแม้แต่​ โสมอัดแคปซูล​ ที่เค้ายัดเยียด​ขาย (และเราก็หลงซื้อ)​

  • ปัญหาใหญ่ที่สุดคือ ญี่ปุ่น ตอนนี้เหมือนหยุดตัวเอง คือทุกอย่างตอนนี้ในญี่ปุ่นมันไปไกลหมด (ไกลจนตันแล้ว ไม่รู้จะทำอะไรแล้ว) อย่างทีวีเดี๊ยวก็เข้ายุค 4K | มือถือก็เริ่มวางเสา 5G กันแล้ว | รถยนต์ก็เริ่มหนีไป Hybrid (ที่นู้น Prius เกลื่อน พวกปั้มน้ำมันเริ่มเห็นแบบ H2O แล้ว) และอีกสารพัดความล้ำ เลยทำให้คนรุ่นใหม่รู้สึกแบบไม่รู้จะคิดอะไรให้มันล้ำไปอีก ก็เลยทำให้ญี่ปุ่นดูไม่ค่อยมีพลังเท่าไหรแล้ว ในปัจจุบัน

  • คุ้นจากข่าวสมัยก่อน มีช่วงนึง sony ไปตั้งศูนย์ R&D ในอเมริกา ช่วงนั้นคนญี่ปุ่นเริ่มมองว่า sony เริ่มไม่ใช่แบรนด์ของประเทศตนเองแล้ว ก็เลยอาจจะกระทบยอดขาย/ความรู้สึกของคนในขณะนั้นอยู่บ้าง

    ประกอบกับการที่ sony ยังคิดว่าตัวเองแจ๋วกว่า samsung รวมถึงวัฒนธรรมองค์กรสไตล์ญี่ปุ่น ช่วง 20 ปีที่ผ่านมาถึงปัจจุบัน sony โดน samsung กลืนตลาดไปไม่น้อย

    กว่าจะรู้ตัวลูกค้าก็ย้ายหนีจาก sony ไปเยอะแล้ว

    สมัยก่อนด้านคุณภาพสินค้าแบบเดียวกัน อาทิ ทีวี แผงวงจรข้างในสินค้าทั้งคู่ต่างกันอยู่บ้าง มาตรฐานกำหนดเท่าไหน sony ก็จะเป๊ะกว่าหรือทำเกิน ส่วน samsung ทำออกมาแค่พอใช้ ทำให้ samsung กดราคาสินค้าในคลาสเดียวกับ sony ลงมาได้

    มีเรื่องที่ล้อกันระหว่าง sony กับ samsung เรื่องความทนทานของสินค้า sony (รวมถึงสินค้าญี่ปุ่นอื่นๆด้วย) กลับเป็นปัญหาเข้ามาที่ตัวเอง เพราะลูกซื้อทีใช้ยาวกว่าจะพังก็นาน บริษัทเลยขายได้น้อย ส่วน samsung เน้นราคาไม่สูงมาก สินค้าไม่ทนเท่า sony จึงมีโอกาสที่ลูกค้ากลับมาซื้อใหม่ได้บ่อยกว่า

    ช่วง 10 ปีหลังต้องยอมรับว่า samsung มาพลิกได้จากโทรศัพท์มือถือจอ touchscreen ด้วยครับ ขึ้นนำโด่งชัดเจน ส่วน sony ก็นิ่งๆ

    —————————

    เห็นข้อมูลเทียบกัน sony แพ้ไม่เห็นฝุ่น เลยนึกถึงว่าถ้าจะเทียบกับ samsung electronics แบบนี้คงต้องเอา sony + panasonic มาลองเทียบนะครับ อาจจะพอสูสีกัน

  • เป็นไปตามวัฏจักร เหมือนสมัย ปี 1960-1975 ที่โซนี่ พัฒนาจนชนะผลิตภัณฑ์ ของอเมริกาและยุโรบ

  • เอาจริงๆ ผมเชียร์ค่ายญี่ปุ่น ในแง่ธุรกิจ Samsung โตกว่า แต่ในแง่ความเอาใจใส่ ในแง่พันธมิตร ค่ายญี่ปุ่นดีกว่าเยอะ

  • สินค้าของญี่ปุ่นสู้สินค้าเกาหลีไม่ได้แล้ว ไม่งั้น ยี่ห้อ SHAP โตชิบ้า ล้มละลาย หรอก SONY ยังอยู่ก็มีเพียงทำหนังภาพยนต์เท่านั้น ที่ยังพอประคับประคองเท่านั้น