บริษัท กำลังใหญ่กว่า ประเทศ

บริษัท กำลังใหญ่กว่า ประเทศ

บริษัท กำลังใหญ่กว่า ประเทศ / โดย ลงทุนแมน

มนุษย์แสวงหาทรัพยากร และช่องทางทำมาหากินใหม่อยู่เสมอ

จากประวัติศาสตร์ที่ผ่านมา

ผู้คนในแต่ละประเทศพยายามค้าขายกันเพื่อแลกเปลี่ยนทรัพยากรในส่วนที่ยังไม่มี

เพียงแต่ในยุคแรกๆ ของมนุษย์ การเดินทางยังไม่สะดวก
จากเดินเท้า ขี่ม้า ต่อมานั่งเรือ

การเสนอขายสินค้าของตัวเองทั่วโลก จึงเกิดขึ้นได้ยาก

พอเป็นแบบนี้แล้ว ธุรกิจส่วนใหญ่จึงมักถูกจำกัดอยู่เพียงแค่ในระดับเมืองเท่านั้น

เวลาผ่านไป..
การเดินทางของมนุษย์เริ่มมีความสะดวกมากขึ้น
ไม่ว่าจะเป็นการเกิดขึ้นของ รถไฟและเครื่องบิน

ผู้คนจำนวนมากจึงเริ่มเดินทางไปขายสินค้ายังเมืองต่างๆ
ส่งของผ่านเครื่องบินเพื่อไปขายยังอีกฟากของโลก

จากธุรกิจที่มีความสัมพันธ์กันแค่ภายในระดับเมือง ก็เริ่มขยับขยายไปยังภูมิภาคจนถึงประเทศ

อย่างไรก็ตาม แม้ว่าการขนส่งจะมีความก้าวหน้าขึ้น แต่มนุษย์ก็ยังคงติดปัญหาความเร็วของการสื่อสาร

การติดต่อกันระหว่างประเทศในอดีต
จากจดหมาย เป็น โทรเลข และ กลายเป็นโทรศัพท์

แต่สิ่งที่เปลี่ยนอดีตไปทั้งหมดก็คือ อินเทอร์เน็ต..

ขณะนี้เราได้เดินทางมาถึงจุดที่ทั้งการขนส่ง และ การสื่อสาร ถูกพัฒนาจนทำให้โลกเปลี่ยนไป

พรมแดนของธุรกิจที่เป็นอุปสรรคมานานจึงถูกคลี่คลายลง
ธุรกิจในอนาคตจะไม่ได้อยู่แค่ระดับเมือง หรือภายในประเทศ อีกต่อไป

ถ้าถามว่า ตอนนี้คู่แข่งของธุรกิจโรงภาพยนตร์เป็นใคร

บางคนอาจตอบว่า โรงภาพยนตร์ที่เป็นคู่แข่งในประเทศ
แต่คำตอบของบางคนอาจเป็นบริษัท Netflix ที่อยู่ในสหรัฐอเมริกา

ย้อนกลับไปเมื่อหลายร้อยปีก่อน คงไม่มีใครคิดว่าเราจะสามารถให้บริการชมภาพยนตร์กับลูกค้าที่อยู่ไกลออกไป 14,000 กิโลเมตรจากประเทศไทยได้ในราคาหลักร้อยบาท

ปกติแล้ว เครื่องบินมีความเร็วเฉลี่ยประมาณ 900 กิโลเมตรต่อชั่วโมง

ในสมัยก่อนถ้าจะส่งต้นฉบับภาพยนตร์มาเมืองไทย เราอาจจะต้องใช้เวลา 15 ชั่วโมง

แต่สำหรับ Netflix เป็นการส่งข้อมูลจากสหรัฐอเมริกาผ่านอินเทอร์เน็ตซึ่งอาศัยใยแก้วนำแสง (Optical Fiber) เป็นตัวกลางส่งข้อมูล

แสงเดินทางด้วยความเร็ว 1,080,000,000 กิโลเมตรต่อชั่วโมง

การเดินทางด้วยความเร็วเท่านี้จากสหรัฐอเมริกามาประเทศไทย จะใช้เวลาเพียงแค่ 0.05 วินาที

ที่น่าสนใจก็คือ ธุรกิจของ Netflix ไม่ได้สร้างคู่แข่งแค่ไม่กี่ประเทศ
แต่ Netflix กำลังสร้างคู่แข่งทีเดียวกว่า 190 ประเทศทั่วโลก

เมื่อเป็นแบบนี้แล้ว ตลาดของ Netflix ก็คือทั้งโลก
และโอกาสที่ Netflix จะสามารถทำเงินได้ก็จะมีมากขึ้น

เรื่องนี้จึงเป็นเหตุผลว่า ทำไมมูลค่าบริษัทของ Netflix จึงถูกประเมินไว้สูงถึงหลักล้านล้านบาท

แม้ในมุมของบริษัท การไร้พรมแดนอาจจะเป็นผลดี
แต่เราก็คงต้องยอมรับว่า เรื่องนี้อาจจะทำให้เกิดผลเสียตามมาเช่นกัน

ตัวอย่างที่เราเห็นชัดมากที่สุดในยุคนี้ก็คงเป็น ธุรกิจของ Facebook

การที่ไม่มีข้อจำกัดในเรื่องพรมแดนทำให้ Facebook มีฐานผู้ใช้จากทั่วโลกสูงถึงกว่า 2,200 ล้านบัญชี
มีมูลค่าบริษัทสูงถึง 13.5 ล้านล้านบาท

ด้วยความใหญ่และอำนาจในการเข้าถึงคนเป็นจำนวนมากนี้เอง
Facebook จึงตกเป็นหนึ่งในเครื่องมือที่ถูกใช้ในการแทรกแซงทางการเมืองระหว่างประเทศ

นอกจากบทบาทของการถูกใช้เป็นเครื่องมือในทางไม่ดีแล้ว

เราก็ยังได้เห็นบริษัทที่ถูกนำไปเป็นตัวแทนของประเทศเช่นกัน

ตัวอย่างที่เกิดขึ้นแล้วก็คงไม่พ้น เรื่องของบริษัท Apple และ บริษัท Huawei ที่ได้กลายเป็นเหมือนตัวแทนของสหรัฐอเมริกาและจีน

ทั้งหมดนี้แสดงให้เราเห็นว่า อำนาจของบริษัทกำลังเพิ่มขึ้นเทียบเท่ากับประเทศ

ในอนาคตคำว่า ประเทศ อาจจะกำลังถูกลดความสำคัญลงเรื่อยๆ
และเรากำลังแยกไม่ออกว่า บริษัทที่ขายสินค้าให้เราใช้ เป็นของประเทศไหน

โทรศัพท์ไอโฟนที่เราใช้กัน ผู้ออกแบบอยู่ในสหรัฐอเมริกา แต่ผู้ผลิตคือบริษัทสัญชาติไต้หวัน ที่มีโรงงานในประเทศจีน

รู้หรือไม่ว่า บริษัทลาซาด้าก่อตั้งโดยบริษัทสัญชาติเยอรมัน ถูกขายต่อให้ บริษัทอาลีบาบา ที่ดูเหมือนจะเป็นบริษัทจีน แต่กลับมีผู้ถือหุ้นใหญ่สุดเป็นบริษัทญี่ปุ่น และเจ้าของบริษัทญี่ปุ่นนั้นกลับเป็นคนเกาหลีที่เติบโตในญี่ปุ่น

พรมแดนระหว่างประเทศกำลังหายไป

และบริษัทกำลังจะใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ

จนสุดท้ายแล้ว บริษัทเหล่านี้ อาจจะมีอำนาจเหนือกว่าหลายประเทศที่เรารู้จักเสียอีก..
———————-
อ่านเรื่อง Mega Capitalization: บริษัทยักษ์ใหญ่ของโลก ได้ที่ https://www.blockdit.com/articles/5c4ee020d3505b49ebd68812

ติดตามเรื่องราวบริษัทชั้นนำของโลก ได้ที่เพจลงทุนแมน ในแอปพลิเคชัน blockdit โหลดฟรี blockdit.com

สั่งหนังสือลงทุนแมน เล่ม 8 ได้ที่
Lazada https://s.lazada.co.th/s.RpFk
Shopee http://bit.ly/2HVWiqj
———————-

References
-http://time.com/5508393/global-wealth-inequality-widens-oxfam/?utm_source=twitter.com&xid=time_socialflow_twitter&utm_campaign=time&utm_medium=social
-https://en.wikipedia.org/wiki/History_of_transport

Comments

comments