Xiaomi จากเลียนแบบ สู่นวัตกรรม

Xiaomi จากเลียนแบบ สู่นวัตกรรม

Xiaomi จากเลียนแบบ สู่นวัตกรรม / โดย ลงทุนแมน

“Steve Jobs มีอิทธิพลต่อผมมาก
เขามอบความคิดในการสร้างบริษัทที่จะเปลี่ยนแปลงโลกให้กับผม”

คำกล่าวจาก Lei Jun ผู้ก่อตั้งบริษัท Xiaomi

จากเหตุการณ์มลพิษ PM2.5 เกินมาตรฐาน
เชื่อว่าตอนนี้หลายคนน่าจะได้ยินชื่อของ Xiaomi กัน

เราอาจเคยได้ยินชื่อของ Xiaomi แค่ในวงการสมาร์ตโฟน
แต่จริงๆ แล้ว ธุรกิจของ Xiaomi กลับมีความหลากหลายที่ครอบคลุมไปถึงชีวิตประจำวันของเรา

ตั้งแต่เครื่องฟอกอากาศ หรือ เครื่องวัด PM2.5 ไปจนถึงสกูตเตอร์ไฟฟ้า..

แล้วเรื่องราวของ Xiaomi น่าสนใจอย่างไร?
ทำไมถึงเป็นบริษัทที่น่าสนใจในเวลานี้?

ลงทุนแมนจะเล่าให้ฟัง

Xiaomi ก่อตั้งในปี 2010 โดยคุณ Lei Jun อดีตประธานของบริษัท Kingsoft (บริษัทซอฟต์แวร์ของจีน) และเพื่อนๆ ของเขาอีก 7 คนที่มาจากบริษัทเทคโนโลยีชื่อดังทั่วโลกไม่ว่าจะเป็น Microsoft หรือ Google

สมัยเริ่มต้นกิจการ Xiaomi เป็นเพียงแค่ผู้ออกแบบระบบปฏิบัติการใน ROM ให้กับสมาร์ตโฟนแอนดรอยด์แบรนด์ต่างๆ ภายใต้ชื่อว่า MIUI เท่านั้น

สิ่งที่พบก็คือมีผู้ใช้ชื่นชอบในระบบ MIUI ของ Xiaomi เป็นจำนวนมากแต่ไม่มีโอกาสได้ใช้
เพราะสมาร์ตโฟนที่ติดตั้งระบบ MIUI ราคาแพงจนเกินไป

เพื่อแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นในครั้งนี้..

ในปีถัดมาคุณ Lei Jun จึงได้ทำการเปิดตัวธุรกิจสมาร์ตโฟนของบริษัทเป็นครั้งแรกในชื่อของ Xiaomi Mi 1 ด้วยราคาประมาณ 9,000 บาท

ผลปรากฏว่า ธุรกิจสมาร์ตโฟนของบริษัทไปได้ดีเลยทีเดียว
เพราะหลังเปิดตัวเพียงแค่ปีเดียวบริษัทก็มียอดขายสมาร์ตโฟนที่สูงถึง 7 ล้านเครื่อง

หลังจากนั้น Xiaomi ก็เริ่มขยายเข้าไปยังธุรกิจอุปกรณ์และเครื่องใช้ไฟฟ้าอื่นๆ
เพื่อสร้างเป็น IoT Ecosystem ของบริษัทมาจนถึงทุกวันนี้

IoT ย่อมาจาก Internet of Things
หรือพูดง่ายๆ ก็คือ อุปกรณ์ในชีวิตประจำวันที่เชื่อมต่อกับอินเทอร์เน็ต

ตัวอย่างเช่น การสั่งเปิดปิดไฟจากโทรศัพท์มือถือ หรือแม้แต่เราสามารถรู้ปริมาณฝุ่นในบ้านได้ทั้งที่เราอยู่นอกบ้าน และสั่งให้เครื่องฟอกอากาศทำงานก่อนเราถึงบ้าน

ถ้าถามว่าทำไม Xiaomi ถึงได้รับความนิยมอย่างรวดเร็ว
คำตอบก็คือ.. ราคาและคุณภาพ นั่นเอง

สินค้าของ Xiaomi จะขายราคาถูกกว่าคู่แข่ง ภายใต้คุณภาพที่ไม่แพ้คู่แข่ง

เพราะเหตุนี้ จึงทำให้ Xiaomi เป็นที่จับตามองและสร้างความไม่พอใจให้กับคู่แข่งหลายบริษัท

ซึ่งตัวอย่างสินค้าที่เป็นประเด็นของ Xiaomi มากที่สุดก็คงไม่พ้นสมาร์ตโฟน

เนื่องจากคุณ Lei Jun มี Steve Jobs เป็นแรงบันดาลใจ
การดีไซน์สมาร์ตโฟนและอุปกรณ์ต่างๆ ของ Xiaomi จึงค่อนข้างที่จะไปในทางเดียวกับบริษัท Apple

ไม่เพียงเท่านั้น แม้แต่การแต่งตัวหรือการนำเสนอของคุณ Lei Jun เองก็คล้ายกับ Steve Jobs เช่นกัน

เรื่องนี้จึงทำให้มีคนจำนวนมากพากันเรียก Xiaomi ว่าเป็น Apple of China
เพื่อเป็นการสื่อว่าสินค้าของ Xiaomi แทบจะเลียนแบบของ Apple มาทั้งหมด

และแน่นอนว่าในเรื่องของราคา Xiaomi ถูกกว่า Apple หลายเท่าตัวเลยทีเดียว

แล้วตอนนี้สมาร์ตโฟนของ Xiaomi ขายดีขนาดไหน?

ถ้าเรามาดูเฉพาะส่วนแบ่งตลาดของ Xiaomi ในช่วงเวลาที่ผ่านมา

ไตรมาสที่ 1/2017 อยู่ที่ 4.3%
ไตรมาสที่ 3/2017 อยู่ที่ 7.5%
ไตรมาสที่ 1/2018 อยู่ที่ 8.4%
ไตรมาสที่ 3/2018 อยู่ที่ 9.5%

เราอาจจะมองว่าส่วนแบ่งของ Xiaomi ก็ยังไม่มากเท่าไรนัก
แต่ถ้าดูในเรื่องของการเติบโต Xiaomi กำลังโตอย่างก้าวกระโดด

ถ้า Xiaomi ยังสามารถรักษาการเติบโตนี้ได้อยู่ ในอีกไม่กี่ไตรมาส Xiaomi จะสามารถมีส่วนแบ่งที่ใกล้เคียงกับ Apple ซึ่งอยู่ที่ 13.2%

ที่น่าสนใจคือ ขณะนี้ Xiaomi ครองตลาดเป็นอันดับ 1 ในประเทศอินเดียที่มีส่วนแบ่งของยอดขายโทรศัพท์มือถือคิดเป็น 10% ของทั้งโลก

รายได้ 3 ปีย้อนหลังของบริษัท Xiaomi

ปี 2016 รายได้ 310,000 ล้านบาท
ปี 2017 รายได้ 530,000 ล้านบาท
งวด 9 เดือนของปี 2018 รายได้ 600,000 ล้านบาท

จะเห็นได้ว่ารายได้ของ Xiaomi เติบโตสูงมาก

ทั้งที่บริษัทเปิดมาได้ไม่ถึง 10 ปี แต่สามารถทำรายได้หลายแสนล้านบาท

เมื่อขายของคุณภาพในราคาไม่แพง ก็เลยขายดี แต่ก็ต้องยอมรับว่าอัตรากำไรของบริษัทนี้จะน้อย

โดยเฉลี่ยแล้ว Xiaomi มีอัตรากำไรสุทธิประมาณ 5% ซึ่งถือว่าต่ำกว่าบริษัทเทคโนโลยีทั่วไป
แปลว่า ในทุกๆ ยอดขาย 100 บาทของ Xiaomi บริษัทจะได้กำไรเพียง 5 บาทเท่านั้น

แล้วรายได้ของ Xiaomi มาจากไหนบ้าง?

ไตรมาสที่ 3 ปี 2018 พบว่ามาจาก

สมาร์ตโฟน 68%
สินค้าที่เกี่ยวกับ Internet of Things และ Lifestyle 21%
บริการที่เกี่ยวกับ Internet เช่น โฆษณาและเกมออนไลน์ 9%
อื่นๆ 2%

ถึงแม้ว่ารายได้หลักจะมาจากส่วนของสมาร์ตโฟน
แต่ในส่วนอื่นๆ ที่ไม่ใช่สมาร์ตโฟน ก็มีการเติบโตขึ้นจากไตรมาสที่แล้วถึง 90%

ทั้งหมดนี้เป็นการแสดงถึงว่า Xiaomi ไม่ได้มุ่งไปที่ธุรกิจสมาร์ตโฟนเพียงอย่างเดียว

แต่ Xiaomi กำลังสร้างอาณาจักรของตัวเองที่ครอบคลุมทุกอย่างในชีวิตประจำวันของผู้ใช้ ตั้งแต่ เครื่องชั่งน้ำหนัก, เครื่องดูดฝุ่น, โดรน หรือแม้แต่แปรงสีฟันไฟฟ้า

จากเดิมที่ Xiaomi ถูกมองว่าเป็นแค่บริษัทผลิตสมาร์ตโฟนเลียนแบบบริษัทอื่นๆ

ดูเหมือนว่าตอนนี้ Xiaomi ได้เติบโตขึ้นและสามารถพัฒนาสินค้าหลายประเภท จนก้าวข้ามต้นฉบับเป็นที่เรียบร้อยแล้ว..
———————-
อ่านเรื่อง Xiaomi ตลาดมือถือของโลก อยู่ในกำมือคนจีน https://www.blockdit.com/articles/5b30b164076e65512a687224

ติดตามเพจลงทุนแมนได้ในแอป blockdit โหลดได้ที่ blockdit.com

สั่งซื้อหนังสือลงทุนแมนเล่ม 8 ได้ที่
Lazada https://s.lazada.co.th/s.RpFk
Shopee http://bit.ly/2HVWiqj
———————-

References
-https://www.gizchina.com/2014/04/18/brief-history-xiaomi-chinas-tech-success-story/
-https://www.mi.com/global/about/
-https://news.crunchbase.com/news/understanding-xiaomis-epic-2017-loss/
-http://time.com/5336633/lei-jun-xiaomi-trade-war/
-https://www.xiaomitoday.com/xiaomis-history/