รัสเซียกำลังเทขาย ดอลลาร์

รัสเซียกำลังเทขาย ดอลลาร์

รัสเซียกำลังเทขาย ดอลลาร์ / โดย ลงทุนแมน

ถ้าเราไปดูทุนสำรองระหว่างประเทศของรัสเซีย
จะพบว่าสินทรัพย์สกุลเงินดอลลาร์สหรัฐลดลงอย่างรวดเร็ว
เรื่องนี้น่าตกใจอย่างไร
แล้วทำไมรัสเซียเลือกที่จะทำแบบนี้
ลงทุนแมนจะเล่าให้ฟัง

ก่อนอื่นเรามาทำความเข้าใจคำว่า “ทุนสำรองระหว่างประเทศ” กันก่อนว่าคืออะไร

ทุนสำรองระหว่างประเทศ คือ สินทรัพย์ต่างประเทศที่ถือครองโดยธนาคารกลางของประเทศนั้น

ซึ่งสินทรัพย์นี้จะถูกนำมาใช้ในการดำเนินนโยบายอัตราแลกเปลี่ยน รักษาเสถียรภาพของค่าเงิน ชดเชยการขาดดุลการชำระเงิน รวมไปถึงใช้หนุนหลังในการพิมพ์ธนบัตร

แต่รู้ไหมว่าในโลกนี้ สหรัฐอเมริกา เป็นประเทศเดียวที่ไม่ต้องใช้ทุนสำรองระหว่างประเทศในการพิมพ์ธนบัตร เพราะเงินดอลลาร์ของสหรัฐอเมริกานั้นมีความต้องการสูง ซึ่งถือเป็นเงินสกุลหลักของโลกในการแลกเปลี่ยนสินค้าและบริการ

ทุนสำรองระหว่างประเทศส่วนใหญ่จะประกอบไปด้วย ทองคำ และ สินทรัพย์อื่นที่อยู่ในรูปเงินตราต่างประเทศ โดยเงินสกุลหลัก คือ ดอลลาร์สหรัฐ, ยูโร, ปอนด์, เยน และ หยวน

อย่างไรก็ตาม สำหรับบางประเทศ เงินดอลลาร์สหรัฐก็อาจไม่เป็นที่ต้องการ อย่างน้อยก็ในช่วงเวลานี้
ซึ่งประเทศนั้น ก็คือ รัสเซีย..

จริงๆ แล้วเกือบ 10 ปีที่ผ่านมา ความสัมพันธ์ระหว่างสหรัฐอเมริกาและรัสเซียดูเหมือนไม่ค่อยมีปัญหาเท่าไร

จนเริ่มเกิดวิกฤติการเมืองในยูเครนเมื่อปี 2014 ที่รัสเซียมองว่า ประเทศตะวันตกซึ่งนำโดยสหรัฐอเมริกามีส่วนสำคัญที่ทำให้เกิดปัญหาในยูเครน

รวมถึงสหรัฐอเมริกามีมาตรการคว่ำบาตรต่อนักธุรกิจและบริษัทของรัสเซีย

นอกจากนี้ องค์การสนธิสัญญาแอตแลนติกเหนือ (NATO) ต้องการให้รัสเซียปฏิบัติตามข้อตกลงนิวเคลียร์ที่เคยทำไว้กับสหรัฐอเมริกา

พอเรื่องเป็นแบบนี้ รัสเซียจึงเริ่มไม่พอใจสหรัฐอเมริกา และเริ่มขายเงินดอลลาร์สหรัฐและพันธบัตรของสหรัฐอเมริกาออกไป เพื่อไปถือครองเงิน สกุลอื่นๆ รวมทั้งทองคำ

ทำให้สินทรัพย์ที่เป็นสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐในทุนสำรองระหว่างประเทศของรัสเซียนั้นลดลง จากประมาณ 44% ในช่วงกลางปี 2018 จนต่ำกว่า 22% ของทุนสำรองระหว่างประเทศ

ทุนสำรองระหว่างประเทศของรัสเซียปัจจุบันอยู่ที่ 15.4 ล้านล้านบาท

รัสเซียเคยถือพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอเมริกา 3.3 ล้านล้านบาท ในปี 2017
แต่ลดลงเหลือเพียง 0.5 ล้านล้านบาท ในช่วงกลางปี 2018

ทั้งนี้การถือพันธบัตรของสหรัฐอเมริกาก็เปรียบเสมือนรัสเซียเป็นเจ้าหนี้ของสหรัฐอเมริกา

แต่ถ้าถามว่า แล้วประเทศที่เป็นเจ้าหนี้รายใหญ่ของสหรัฐอเมริกา ใช่รัสเซียหรือไม่

คำตอบคือไม่ใช่ เพราะในปี 2018 เจ้าหนี้รายใหญ่ของสหรัฐอเมริกา 3 อันดับแรก คือ

1.จีน 36 ล้านล้านบาท
2.ญี่ปุ่น 33 ล้านล้านบาท
3.บราซิล 10 ล้านล้านบาท

ที่น่าสนใจสำหรับเรื่องนี้คือ “ประเทศจีน”

จะเป็นอย่างไร? ถ้าประเทศจีนลดการถือครองพันธบัตรสหรัฐอเมริกา เหมือนรัสเซีย

การขายพันธบัตรสหรัฐอเมริกาของจีนจำนวนมาก อาจทำให้ราคาพันธบัตรลดลง ซึ่งทำให้ผลตอบแทนของพันธบัตรต้องปรับตัวสูงขึ้น ดังนั้น ถ้าสหรัฐอเมริกาต้องการกู้ยืมเงินอีกในอนาคต ก็ต้องจ่ายผลตอบแทนให้สูงขึ้นเพื่อให้เจ้าหนี้ หรือประเทศอื่นๆ เข้ามาถือครอง

รวมไปถึงบริษัทอเมริกันที่ต้องการออกตราสารหนี้เพื่อระดมทุนก็อาจต้องจ่ายดอกเบี้ยสูงขึ้นเช่นกัน ซึ่งจะนำมาซึ่งภาระหนี้ และความเสี่ยงที่เพิ่มมากขึ้น

ปิดท้ายด้วยข้อมูลที่น่าสนใจ

ในปี 2017 หนี้สินของรัฐบาลสหรัฐอเมริกาอยู่ที่ 104% ต่อ GDP
ช่วงที่เกิดวิกฤติสินเชื่อซับไพร์มปี 2008 หนี้สินของรัฐบาลสหรัฐอเมริกาอยู่ที่ 68% ต่อ GDP เท่านั้น

ดังนั้น ถ้าสงครามการค้าระหว่างสหรัฐอเมริกาและจีน ยังไม่มีข้อสรุปอย่างชัดเจน
และวันหนึ่งจีนรู้สึกว่า ลูกหนี้อย่างสหรัฐอเมริกา กำลังทำตัวไม่น่ารัก

สุดท้ายแล้ว อาจทำให้จีนไม่อยากเป็นเจ้าหนี้รายใหญ่ให้สหรัฐอเมริกาอีกต่อไป ก็เป็นได้..
———————-
โหลดแอป blockdit ได้ที่ blockdit.com
———————-

References
-https://www.rt.com/business/448441-russia-reserves-dollar-dump/
-https://www.bot.or.th/Thai/Statistics/EconomicAndFinancial/ExternalSector/Pages/StatInternationalReserves.aspx
-https://en.wikipedia.org/wiki/Ukrainian_crisis
-https://www.theguardian.com/world/2018/oct/02/us-ambassador-nato-russia-kay-bailey-hutchison
-https://sputniknews.com/business/201901121071420576-russia-dollar-dump-analysis/
-https://money.cnn.com/2018/07/30/investing/russia-us-debt-treasury/index.html
-https://tradingeconomics.com/united-states/government-debt-to-gdp

Comments

comments