เด็กในอนาคต

เด็กในอนาคต

เด็กในอนาคต / โดย ลงทุนแมน
QUBIT คำนี้เป็นคำใหม่ที่ลงทุนแมนก็เพิ่งรู้จักในวันนี้
วันนี้เป็นวันเด็ก ซึ่งก็คงเหมือนกับทุกปีที่เราเห็นข่าว “เด็กไปดูรถถัง”
แต่ถ้าเรามองทุกอย่างรอบตัวเราในวันนี้

ปีนี้เป็นปีแรกที่ลงทุนแมนคิดว่าทุกอย่างจะไม่เหมือนเดิม..

สิ่งที่เคยใช้ได้ในอดีต มาตอนนี้ทุกอย่างกลับดู “ล้าสมัย”
และในอนาคตอัตราเร่งของ ความล้าสมัย มันจะยิ่งมากขึ้นกว่าเดิม
มากจน
เราอาจไม่มั่นใจแล้วว่า เราจะสอนเด็กเรื่องอะไร? เรื่องอะไรที่เด็กควรรู้?

และสุดท้ายกลายเป็นว่า ตัวเราเองที่ต้องเรียนรู้ไปพร้อมกับเด็ก และตามให้ทันเด็ก

QUBIT เป็นหน่วยของ การคำนวณแบบ Quantum ซึ่งกำลังจะเข้ามาแทนที่การคำนวณแบบเดิม

โลกดิจิทัลที่เรากำลังใช้ชีวิตอยู่ในปัจจุบัน มีหน่วยเป็น bit ที่แทนด้วย 0 หรือ 1

แต่ต่อไปจะไม่ได้มีแค่ 0 กับ 1
เด็กในอนาคตกำลังจะใช้ชีวิตในโลก QUBIT ที่ซับซ้อนกว่า และมีพลังกว่าเดิม ไม่ต่างจากการเปลี่ยนจากลูกคิด เป็น เครื่องคิดเลข..

ถึงตอนนี้เรายังมั่นใจอยู่ไหม ว่าการเรียนรู้วิชาแบบเดิมจะใช้ได้ในอนาคต

ถ้าไปถามทุกคนว่าประเทศไหนมีประชากรมากที่สุดในโลก?
ทุกคนคงตอบได้ว่าเป็นประเทศจีน

แต่จะมีกี่คนที่ตอบได้ว่า
ในอีก 5 ปี อินเดียจะแซงจีนเป็นประเทศที่มีประชากรมากสุดในโลกแล้ว..

และ ถ้าทุกคนคิดว่าสหรัฐอเมริกาจะเป็นประเทศอันดับหนึ่งทางเศรษฐกิจไปตลอดชั่วชีวิตเรา

ในอีก 10 ปี จีนจะเป็นประเทศมีขนาดเศรษฐกิจใหญ่สุดในโลก..

ถ้ารู้แบบนี้แล้ว เรายังมั่นใจอยู่ไหม? ว่าเด็กของเราเรียนแค่ภาษาไทย และ อังกฤษ ก็พอแล้ว

ชีวิตเราอาจคุ้นเคยอยู่กับการดูละครหลังข่าวในทีวี

บางคนอาจจะทันสมัยกับเขาบ้าง เปลี่ยนมาดูละครใน YouTube

แต่ใครจะไปคิด คำว่า “ละคร” อาจจะไม่อยู่ในสมองของเด็กในตอนนี้แม้แต่น้อย เพราะเขาเลือกที่จะใช้เวลาไปกับการดูแคสต์เกมใน Twitch

ในโลกของเราอาจคุ้นเคยกับดีเจจัดรายการวิทยุ แต่ในโลกของเขากลับเปลี่ยนเป็นนักแคสต์เกม

นักแคสต์เกมชื่อ Ninja สามารถทำเงินได้ 300 ล้านบาทในปีที่แล้ว

ในขณะเดียวกัน Ryan เด็กอายุ 7 ขวบ ทำเงินได้ 700 ล้านบาท ผ่านการรีวิวของเล่นใน YouTube

นี่คือโลกที่ผู้ใหญ่ในวันนี้รู้จักดีแค่ไหน?

และคนที่มีอำนาจในการบริหารประเทศของเรา รู้จักดีแค่ไหน?

ท่ามกลางข่าวที่ช่องทีวีของไทย รายได้หด ต้องลดพนักงาน มีหลายรายขาดทุน

แต่รู้หรือไม่ว่า จริงๆแล้วเราคนไทยทุกคนกำลังขาดทุนจากเรื่องนี้เช่นกัน..

เพราะเดิมบริษัทเหล่านี้มีกำไร และเสียภาษีให้กับรัฐ มาตอนนี้ภาษีจากบริษัทเหล่านี้ได้น้อยลง

แล้วประเทศเราเก็บภาษีจากกำไรของ YouTube Facebook Netflix ได้แค่ไหน?

ในอนาคต
หลายอย่างกำลังจะเปลี่ยนไป
และเปลี่ยนไปเร็วกว่าเมื่อก่อน

สมัยก่อนการล่าอาณานิคมอาจเป็นเรื่องทางทหาร

ต่อมาอาจเป็นทรัพยากรน้ำมัน

หลายคนบอกว่าตอนนี้ คือการแย่งกันครอบครองข้อมูล ทำ Big Data อะไรก็ว่าไป

ครอบครองข้อมูลเป็นแค่ส่วนหนึ่ง..
จริงๆแล้ว สิ่งที่ตอนนี้เรากำลังจะสูญเสียไป ไม่ใช่เขตแดนประเทศ หรือ ทรัพยากร
แต่เรากำลังสูญเสีย “ความเป็นมนุษย์”

ถามว่า ทุกวันนี้เราใช้เวลาอยู่กับหน้าจอมือถือบ่อยแค่ไหน?

สำหรับค่าเฉลี่ยของคนไทยคือ เราก้มหน้าดูมือวันละ 400 ครั้ง.. ซึ่งใช้เวลาอยู่กับมันทั้งวันทั้งคืน มากกว่าเวลาที่เราคุยกับคนในครอบครัวเสียอีก

ซึ่ง Facebook เป็นบริษัทที่ได้ครอบครองมนุษย์ทั่วโลก 2,300 ล้านคน YouTube ได้ไป 1,900 ล้านคน IG ได้ไป 1,000 ล้านคน และกำลังจะมีชื่อใหม่ๆอีกหลายตัวเข้ามาครอบครองไปเรื่อยๆ

ใครจะไปคิดว่า มนุษย์กำลังถูกดูดเข้าไปเป็นทรัพยากรให้กับสิ่งที่ไม่ใช่มนุษย์ หลายคนอาจเรียกว่า AI

และ AI ตัวนี้กำลังจะเก่งขึ้นกว่านี้อีกมากจากความสามารถในการประมวลผลที่โตเป็นเท่าตัวทุกๆ 14 เดือน..

ย้อนกลับไปวันแรกวันที่มนุษย์ยังมีความเป็นมนุษย์มากกว่านี้
ถามว่าในตอนนี้ เรามีความสุขมากกว่าตอนนั้นมากแค่ไหน?

แล้วมนุษย์ในอนาคต ความสุขของเขาจะมีหน้าตาเป็นอย่างไร..

สุขสันต์วันเด็ก
เด็กที่กำลังจะเติบโตขึ้นมา
มาเจอกับสิ่งที่ ผู้ใหญ่ก็ไม่รู้ว่าอะไรกำลังจะเกิดขึ้นในอนาคต..

Comments

comments