วิกฤติ มหาวิทยาลัยไทย

วิกฤติ มหาวิทยาลัยไทย

วิกฤติ มหาวิทยาลัยไทย / โดย ลงทุนแมน

“3 ใน 4 ของมหาวิทยาลัยของไทยในปัจจุบันอาจต้องปิดตัวลง ในช่วง 10 ปีข้างหน้า”

ในช่วง 2 – 3 ปีที่ผ่านมา
มหาวิทยาลัยของไทยบางแห่งต้องมีการปรับหลักสูตรการเรียนการสอน
บางสาขาวิชาต้องถูกปิดเพราะคนมาเรียนน้อย
มหาวิทยาลัยเอกชนบางแห่งต้องขายกิจการให้ผู้ร่วมทุนต่างชาติ
บางกรณีถึงขนาดมีการเลิกจ้างอาจารย์ในมหาวิทยาลัย

ทำไมเรื่องถึงเป็นแบบนี้
ลงทุนแมนจะเล่าให้ฟัง

อัตราการเกิดของประชากรเป็นส่วนหนึ่ง ที่ทำให้อัตราการเข้ามาลงทะเบียนเรียนในระดับมหาวิทยาลัยลดลง

ในช่วงระหว่างปี 2505 – 2525 จำนวนเด็กเกิดใหม่ของไทยเฉลี่ยอยู่ที่ 1,000,000 – 1,200,000 คนต่อปี

อย่างไรก็ตาม หลังจากปี 2525 จำนวนเด็กเกิดใหม่ของไทยมีแนวโน้มลดลงอย่างต่อเนื่อง

ปี 2530 จำนวนเด็กเกิดใหม่ของไทยเท่ากับ 884,043 คน
ปี 2550 จำนวนเด็กเกิดใหม่ของไทยเท่ากับ 797,588 คน
ปี 2560 จำนวนเด็กเกิดใหม่ของไทยเท่ากับ 702,755 คน

ถ้าดูตามตัวเลขนี้ก็หมายความว่า ในอนาคตจำนวนเด็กที่จะเข้าไปเรียนในระดับมหาวิทยาลัยอาจจะลดลงไปอีก

แต่ก่อนที่จะถึงอนาคต..
วันนี้มหาวิทยาลัยของไทยหลายแห่ง ก็กำลังประสบปัญหาจากการที่จำนวนนักศึกษามาสมัครเรียนลดลงแล้ว

การลดลงของนักศึกษาในระดับมหาวิทยาลัย ไม่เพียงแต่ทำให้รายได้ซึ่งเป็นค่าธรรมเนียมด้านการศึกษาของแต่ละมหาวิทยาลัยลดลง แต่ยังทำให้งบประมาณที่แต่ละมหาวิทยาลัยจะได้รับจัดสรรจากภาครัฐนั้นลดลงด้วย

จากปี 2560 ที่จำนวน 112,975 ล้านบาท มาอยู่ที่ 108,941 ล้านบาท ในปี 2561

ซึ่งเมื่อดูจำนวนเด็กเกิดใหม่ที่ลดลง และประเทศไทยกำลังเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุมากยิ่งขึ้น จึงมีความเป็นไปได้สูงที่ภาครัฐอาจนำงบประมาณไปจัดสรรใช้จ่ายด้านอื่นๆ ที่ไม่ใช่ด้านอุดมศึกษา

เมื่องบประมาณลดลง การลงทุนด้านการศึกษาก็ลดลง ซึ่งอาจทำให้คุณภาพการเรียน การสอน ลดลงตามไปด้วย

ทุกวันนี้ เราอาจต้องตั้งคำถามว่า จำนวนของมหาวิทยาลัยมีมากเกินไปหรือไม่

และมหาวิทยาลัยของไทยบางแห่งนั้น ได้ผลิตหลักสูตรที่มีคุณภาพหรือได้ตอบสนองต่อความต้องการที่แท้จริงของตลาดแรงงานหรือไม่..

และดูเหมือนโลกในทุกวันนี้เปลี่ยนแปลงไปเร็วกว่าเมื่อก่อนมาก

ความรู้บางอย่างที่ถูกสอนในมหาวิทยาลัยในวันนี้ อาจจะไม่มีโอกาสถูกนำไปใช้ได้เลยในโลกอนาคต จึงอาจทำให้นักศึกษาจำนวนไม่น้อยจบออกมาแล้วหางานไม่ได้

ที่ผ่านมา พวกเราจึงมักเห็นภาคธุรกิจเอกชนบางแห่งลงมาสร้างหลักสูตร การเรียนการสอนเอง เพื่อสามารถผลิตนักศึกษาให้ตรงความต้องการของภาคธุรกิจ ซึ่งเรื่องนี้ก็ทำให้การแข่งขันในตลาดอุดมศึกษาสูงขึ้นไปอีก

อีกคู่แข่งหนึ่งก็คือ มหาวิทยาลัยในต่างประเทศ ที่นักศึกษาบางส่วนเลือกที่จะไปเรียนต่อในประเทศที่มีคุณภาพการศึกษาสูงกว่า

ก็น่าติดตามว่า ในอนาคต มหาวิทยาลัยแต่ละแห่งในประเทศไทยจะเป็นอย่างไร

ปิดท้ายด้วยข้อมูลที่น่าสนใจ

ปีการศึกษา 2561 พบว่ามหาวิทยาลัยจำนวน 92 แห่ง สามารถรับนักศึกษารวมกันทั้งหมด 390,120 คน

แต่มีนักเรียนมาลงทะเบียนในระบบเพียง 262,474 คน หรือเพียง 67%

จึงเหลือที่นั่งในมหาวิทยาลัยเหล่านั้นกว่า 100,000 ที่นั่ง..
———————-
ความสำเร็จสัมพันธ์กับระดับการศึกษาหรือไม่
อ่านเรื่อง จะเป็นเศรษฐี ต้องเรียนจบสูงแค่ไหน? ได้ที่
https://www.blockdit.com/articles/5b30b15b076e65512a6871af

ติดตามบุคคลที่น่าสนใจได้ที่เพจลงทุนแมน ในแอปพลิเคชัน blockdit โหลดเลยที่ blockdit.com
———————-

References
– https://www.hiso.or.th/hiso/picture/reportHealth/ThaiHealth2012/eng2012_4.pdf
-https://www.bangkokpost.com/learning/advanced/1254175/75-of-thai-universities-could-close-as-enrolment-falls-and-foreign-competition-heats-up
– https://en.wikipedia.org/wiki/Demographics_of_Thailand
– https://www.admissionpremium.com/content/4355
-https://www.youtube.com/watch?v=XjABXBs98TI
-https://www.youtube.com/watch?v=2dw3I0XlDc4
-https://www.youtube.com/watch?v=HGUjqk7ndW0
-https://www.admissionpremium.com/content/2687