เทคโนโลยีตอนนี้ วิ่งเร็วขนาดไหน?

เทคโนโลยีตอนนี้ วิ่งเร็วขนาดไหน?

เทคโนโลยีตอนนี้ วิ่งเร็วขนาดไหน? / โดย ลงทุนแมน

รู้หรือไม่ว่า..
โลกเราเพิ่งเติบโตอย่างก้าวกระโดดเมื่อไม่กี่ร้อยปีที่ผ่านมา

ค.ศ. 1 โลกมี GDP 18,500 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

ผ่านไป 1,500 ปี
ค.ศ. 1500 โลกมี GDP 58,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

ผ่านไป 300 ปี
ค.ศ. 1800 โลกมี GDP 175,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

ผ่านไป 217 ปี
ค.ศ. 2017 โลกมี GDP 79,860,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

หมายความว่า ช่วงไม่กี่ปีมานี้ เราเติบโตมากกว่าช่วงพันปีแรกหลายเท่า

แล้วการเติบโตของเทคโนโลยีมันเกี่ยวอะไรกับเรื่องนี้
ลงทุนแมนจะเล่าให้ฟัง

จริงๆ แล้ว เรื่องนี้อ้างอิงได้กับคำทำนายของคุณ Ray Kurzweil บุคคลที่ Bill Gates ยกย่องให้เป็นผู้ทำนายอนาคตของโลกได้อย่างแม่นยำ

“เทคโนโลยีกำลังจะเปลี่ยนวิถีชีวิตของเรา
อีกไม่นาน เราจะถูกเชื่อมเข้ากับเครื่องจักร และมันอาจทำให้เราเป็นอมตะ..”

แม้ว่าปัจจุบันเรื่องนี้จะยังเป็นเรื่องเพ้อฝัน
แต่มันเริ่มมีความเป็นไปได้ และกำลังถูกต่อยอดให้เป็นความจริงมากขึ้นเรื่อยๆ

ค.ศ. 1400 แท่นพิมพ์ตัวแรกของโลกถูกคิดค้น
หลังจากนั้น 200 ปี กล้องดูดาวถูกสร้างขึ้นมา..

เทคโนโลยีใหม่ๆ เริ่มใช้เวลาในการค้นพบสั้นลงเรื่อยๆ
และเทียบไม่ได้เลยเมื่อเราเริ่มรู้จักกับอินเทอร์เน็ต

ปี 1995 มีผู้ใช้งานอินเทอร์เน็ต 16 ล้านคน จากประชากรโลก 4,000 ล้านคน

ปี 2005 มีผู้ใช้งานอินเทอร์เน็ต 1,080 ล้านคน จากประชากรโลก 6,800 ล้านคน

ปี 2017 มีผู้ใช้งานอินเทอร์เน็ต 4,156 ล้านคน จากประชากรโลก 7,600 ล้านคน

หมายความว่า ปัจจุบัน คน 100 คนรอบโลก ใช้อินเทอร์เน็ต 55 คน
และตัวเลขดังกล่าวถูกคาดการณ์ไว้ที่ 90 ต่อ 100 คนในอีกเพียง 6 ปีข้างหน้า..

หากคนทั่วโลกเชื่อมต่อกับอินเทอร์เน็ต อะไรจะตามมา?

ย้อนกลับไปสมัยก่อน

การจะรับรู้เรื่องราวของอีกซีกหนึ่งของโลก อาจต้องใช้เวลาเป็นเดือน
แต่ตอนนี้ข้อมูลชุดเดิมใช้เวลาเดินทางใน หน่วย วินาที

พอเรื่องเป็นแบบนี้จึงทำให้ข้อมูลที่เกิดขึ้นใหม่มีมากขึ้น

จนกลายเป็นว่าเรารับรู้เรื่องอะไรได้ไม่นาน
สักพักมันก็มีอะไรใหม่ๆ มาดึงความสนใจเราอีกแล้ว..

ซึ่งอินเทอร์เน็ตเป็นเพียง 1 ในเทคโนโลยีที่เกิดขึ้นในยุคของเรา

หุ่นยนต์ NASA กำลังสำรวจดาวอังคาร
สมาร์ตโฟนที่กลายมาเป็นปัจจัยที่ 5
หุ่นยนต์กำลังทำงานแทนแรงงานมนุษย์
และเรากำลังทำให้มันเรียนรู้ พัฒนาให้มันฉลาดขึ้น
ฉลาดมากพอที่จะชนะมนุษย์ที่เป็นแชมป์โลกหมากล้อมได้อย่างขาดลอย..

สิ่งเหล่านี้เกิดขึ้นในระยะเวลาเพียงไม่กี่ปี

จากหลักฐานทางประวัติศาสตร์บอกเราว่า เราอยู่บนโลกนี้มา 200,000 ปี

คุณโทมัส เอดิสันประดิษฐ์หลอดไฟดวงแรกสำเร็จเมื่อ 139 ปีก่อน และเราเพิ่งรู้จักกับอินเทอร์เน็ตมาเพียง 35 ปี

สิ่งมหัศจรรย์เหล่านี้เกิดขึ้นมาไม่นาน และเรากำลังอยู่ในยุคที่น่าตื่นเต้นที่สุดในประวัติศาสตร์โลก

และตอนนี้เหมือนกับว่า เทคโนโลยีรอบตัวเรากำลังจะก้าวไปอีกขั้น ด้วยอัตราเร่งที่เร็วกว่าทุกปีที่ผ่านมา

การก้าวกระโดดทางเทคโนโลยีตอนนี้ส่งผลให้หลายบริษัทที่ใหญ่เกินจะปรับตัวในเวลาอันสั้น ต้องประกาศปรับโครงสร้างครั้งใหญ่ บางบริษัทถึงขั้นล้มละลาย

Kodak เคยผลิตฟิล์มให้คนทั้งโลก โดน Disrupt ด้วยกล้องดิจิทัล

Sears เคยเป็นค้าปลีกยักษ์ใหญ่ในสหรัฐอเมริกา ประกาศยุติกิจการ

Blockbuster เชนร้านเช่าวิดีโอ ขยายสาขาไปทั่วทุกมุมโลก พ่ายแพ้ให้กับบริการหนังแบบ Streaming อย่าง Netflix..

ย้อนกลับมาที่ตัวเรา

คงน่าสนใจไม่น้อยว่าในอีก 10 ปีข้างหน้า หรือรุ่นลูกรุ่นหลานเรา และเทคโนโลยีจะอยู่ที่จุดไหน..

เทคโนโลยีจะทำให้เรากลายเป็นอมตะอย่างที่คุณ Ray Kurzweil ทำนายไว้หรือไม่?

ไม่ว่าจะอย่างไร

โลกที่เปลี่ยนไปอย่างรวดเร็วนี้ ทำให้ความเป็นมนุษย์ของเราเปลี่ยนไปด้วยเช่นกัน

ทุกวันนี้ มีวันไหนบ้างไหม ที่เราไม่ต้องก้มหน้าดูหน้าจอสมาร์ตโฟน

ถ้าเราหาวันนั้นไม่เจอ ก็ไม่ต้องแปลกใจ

เพราะทุกวันนี้ เราคนไทย ก้มหน้าดูสมาร์ตโฟนเฉลี่ยแล้ว 400 ครั้งต่อวัน

เมื่อเทียบกับ 20 ปีที่แล้ว.. จำนวนนี้อาจจะเป็นศูนย์

แล้วในอนาคต เราจะดูสมาร์ตโฟนกี่ครั้ง?

แล้วในอนาคต สมาร์ตโฟนจะมีหน้าตาเป็นอย่างไร?

แล้วในอนาคต ความเป็นมนุษย์ของเราจะเปลี่ยนไปอีกแค่ไหน..

Our intuition about the future is linear.
 
But the reality of information technology is exponential, and that makes a profound difference.
 
If I take 30 steps linearly, I get to 30.
 
If I take 30 steps exponentially, I get to a billion.
 
Ray Kurzweil
 
สัญชาตญาณของเราทุกคน มองอนาคตเป็นเส้นตรง
 
แต่จริงๆ แล้ว เทคโนโลยีของข้อมูลกำลังเติบโตเป็นเลขยกกำลัง ซึ่งมันจะให้ผลต่างกันอย่างสิ้นเชิง
 
ถ้าเราเดินไป 30 ก้าวแบบเส้นตรง เราจะได้ 30
 
แต่ถ้าเราเดินไป 30 ก้าวแบบเลขยกกำลัง
 
เราจะได้.. พันล้าน
 
Ray Kurzweil
———————-
<ad> เทคโนโลยีของข้อมูลกำลังเติบโตเป็นเลขยกกำลัง ถ้าเราอยากก้าวทันเรื่องข้อมูล ต้องอ่าน หนังสือ ‘DATA FOR THE PEOPLE รู้อะไรไม่สู้รู้ดาต้า’ โดย ‘ANDREAS WEIGEND’ อดีตหัวหน้าฝ่ายวิทยาศาสตร์ของ AMAZON รวมถึงเคยเป็นที่ปรึกษาให้กับ ALIBABA และอีกหลายบริษัทตั้งแต่สตาร์ทอัพไปจนถึงยักษ์ใหญ่ระดับโลก กลั่นประสบการณ์กว่า 20 ปีเกี่ยวกับ BIG DATA บ่อขุมทรัพย์แห่งอนาคตมาเล่าให้เราฟังเพื่อเพิ่มความเข้าใจ สร้างโอกาสและต่อยอดนานาธุรกิจ

สามารถหาซื้อได้ตามร้านหนังสือชั้นนำทั่วไป
หรือสั่งซื้อออนไลน์ได้ที่ store.minimore.com/banluebooks/items/data
ราคาเล่มละ 395 บาท
———————-

Comments

comments