เฟซบุ๊คไม่จ่ายภาษีให้ไทย?

เฟซบุ๊คไม่จ่ายภาษีให้ไทย?

นายตู่ตื่นเช้ามาเล่นเฟซบุ๊คเพื่อเช็คว่าวันนี้มีข่าวอะไรน่าสนใจเกิดขึ้นบ้าง ต่อมาก็เปิดไลน์เพื่อเช็คดูว่ามีเพื่อนคนไหนทักมาบ้าง หลังจากนั้นก็เข้ากูเกิ้ลเพื่อค้นหาข้อมูลเพื่อที่จะไปเที่ยวในวันหยุดยาวที่จะถึงนี้ เมื่อเจอโรงแรมที่น่าไปแล้วก็จองตั๋วผ่านบุ๊คกิ้งดอทคอม ด้วย บัตรเครดิตวีซ่า เมื่อจองเสร็จแล้วจึงลุกจากเตียงไปแปรงฟันต่อไป
จากเรื่องนี้นายตู่ยังไม่ทันได้ลุกจากเตียง มีบริษัทที่ได้เงินจากนายตู่ไปแล้วกี่บริษัท?

คำตอบ คือ 5 บริษัท
1) เฟซบุ๊ค
2) ไลน์
3) กูเกิ้ล
4) บุคกิ้งดอทคอม
5) วีซ่า

แล้ว 5 บริษัทนี้ได้รายได้จากอะไรบ้าง?

เฟซบุ๊ค ไลน์ กูเกิ้ล ได้รายได้จากค่าโฆษณาที่ให้นายตู่เห็นระหว่างที่ใช้งาน

บุคกิ้งดอทคอม และ วีซ่า ได้รายได้จากค่าธรรมเนียมที่เก็บจากโรงแรม

คำถามต่อไปคือ รายได้ที่ทั้ง 5 บริษัทนี้ได้ ควรจะจ่ายภาษีให้กับรัฐบาลไทยไหม?

คนที่บอกว่าควรเสียภาษี ก็จะบอกว่ากิจกรรมที่นายตู่กำลังทำเกิดขึ้นที่ประเทศไทย ดังนั้นควรเสียภาษีให้กับประเทศไทย

อีกฝ่ายหนึ่งก็บอกว่า นายตู่กำลังทำกิจกรรมนี้บนอินเตอร์เน็ต ซึ่งไม่มีพรมแดน การจ่ายเงินนี้เกิดขึ้นที่ต่างประเทศ ไม่เกี่ยวกับประเทศไทย

ผมก็ไม่รู้ว่า เรื่องนี้ควรจะเป็นแบบไหน

แต่ที่รู้คือไม่ใช่เฉพาะ แค่ 5 บริษัทนี้เท่านั้น ตอนนี้กำลังมีบริษัทอื่นๆอีกมากที่เป็นแบบนี้

และบริษัทข้ามชาติพวกนี้ กำลังทำให้บางบริษัทในประเทศขายสินค้าได้น้อยลง

การขายสินค้าได้น้อยลงหมายถึง ภาษีที่เสียให้รัฐบาลไทยก็จะน้อยลงตามเช่นกัน

แต่ในทางกลับกัน ก็มีบางบริษัทในประเทศขายสินค้าได้มากขึ้นโดยใช้เครื่องมือจากบริษัทข้ามชาติพวกนี้

กรุงเทพเป็นเมืองที่มีคนใช้เฟซบุ๊คมากที่สุดในโลก คือ 25 ล้านคน ไม่ใช่ นิวยอร์ค โตเกียว หรือ ลอนดอน

ตอนนี้มีธุรกิจเกิดใหม่ในประเทศหลายธุรกิจที่ขายสินค้าผ่านเฟซบุ๊คแล้วประสบความสำเร็จ หนึ่งในนั้นคือ เจคิวปูม้านึ่ง ที่มียอดขายปีที่แล้ว 600 ล้านบาท โดยที่ไม่มีหน้าร้านซักร้านเดียว

ยอดขาย 600 ล้านบาท เป็นยอดขายเดียวกันกับ after you ร้านขนมหวานชื่อดังที่มีสาขาทั่วกรุงเทพ

ทุกวันนี้จะมีร้านต่างๆมากมายที่เปลี่ยนจากการเช่าพื้นที่ห้าง มาเช่าพื้นที่เฟซบุ๊ค ซึ่งนั่นก็คือ การจ่ายค่าโฆษณาให้เฟซบุ๊ค

ถ้าคิดเป็นเรื่องแบบนี้ เฟซบุ๊คก็น่าจะเสียภาษีให้กับประเทศไทย ใช่ไหม?

หรือว่าเราต้องยอมรับว่า ทุกอย่างมันเกิดขึ้นที่อินเตอร์เน็ต ซึ่งอินเตอร์เน็ตไม่ได้อยู่ในประเทศไทย

เป็นคำถามที่น่าคิด ที่ตอนนี้รัฐบาลไทยกำลังคิดหนักว่าจะเอาอย่างไรดี..

Comments

comments



156 thoughts on “เฟซบุ๊คไม่จ่ายภาษีให้ไทย?”

  • ธุรกิจลักษณะไร้พรมแดนจะมีเพิ่มขึ้นเรื่ิอยๆ ต่อไปจะรุกไปยังภาคธุรกิจคลื่นมือถือ เมื่อproject loon ของกูเกิลมีประสิทธิภาพเชิงธุรกิจถาวร

    • รวมไหมไม่รู้ แต่เค้าขายเกินราคา vat ไปมากแล้ว คนซื้อไม่ค่อยสนใจราคาเท่าไหร่ ทั้งที่จริงๆต้นทุนถูกกว่านั้นมาก กำไรจ่ายvat ได้หลายเท่า

    • เคยขอใบกำกับภาษีจากทาง JQ ตอนที่รัฐบาลประกาศช็อปกินช่วยชาติตอนนั้นก็สามารถใช้ขอคืนภาษีได้นะคะ

    • ผมว่าคนค้าขาย เขาก็จ่ายปรกติล่ะ เมื่อตอนปี 55-56 ผมเปิดบริษัท รายรับเยอะก็จ่ายเยอะ แต่มาตอนนี้ ธุรกิจผมเจ๊ง ต้องขายที่ขายทาง เพื่อปลดหนี้เอง ภาษีที่เคยจ่ายไปเยอะๆ มันก็ไม่เคยโผล่มาช่วยอะไรเลย

  • ซึ่งถ้าหากเฟซบุ๊คไม่ยินยอมจ่ายภาษีให้รัฐบาลไทย ภาระก็จะตกไปอยู่ที่ผู้ใช้บริการไปโดยปริยาย

  • บริษัทที่ให้บริการ online ให้กับคนทั่วโลก แต่ไม่มีสาขาในไทย แต่มีคนไทยใช้บริการโดยจ่ายค่าบริการผ่าน online โดยใช้ พวก บัตรเครดิต ,Bitcoin paypal ก็ไม่ได้จ่ายภาษีให้รัฐบาลไทยหรือเปล่าครับ

  • เคยคิดว่า จีน ปิดกั้นไม่ให้คนของเขาใช้เฟสบุค ไลน์ แล้วจะได้ประโยชน์อะไร ตอนนี้เห็นชัดเจนละ

  • ถ้าประเทศไทย ยังคิดจะเก็บภาษีแบบนี้….
    เวลาที่มีคนไทยเก่งๆ ไม่สนับสนุนให้เค้าเขียนโปรแกรมพัฒนา แล้ว ไปลุยการค้าอีก 144 ประเทศบ้าง
    นั้นคือสิ่งที่ จะเป็นรายได้ย้อนกลับมา
    โลกมันเปลี่บนไปแล้ว มันคือ อินโนเวชั่นทางเทคโนโลยีการค้า คนเก่งในไทยเยอะนะ แต่ไม่ค่อยสนใจกัน ชอบแต่เรื่องสนับสนุนงานใต้สะดือ

    ก็ถ้าเก็บจริงนี่ไม่ยาก เราก็ไปตั้ง เซริฟเวอร์ประเมศเพื่อนบ้าน การค้าขาย เกิดขึ้นที่อื่นที่ไม่ใช่ประเทศไทย
    ถ้ากลัวจะเสียประโยชน์ด้านภาษี
    คนทำการค้า ก็กลัว
    กลัวที่จะจ่ายภาษี ไปให้กับคนที่ไม่ได้ช่วยพัฒนาประเทศ

  • ทุกอย่างมี 2 ด้าน เทคโนโลยีทำให้ บางกลุ่ม/องค์กร เสียผลประโยชน์ แต่ก็อาจจะมีอีกฝั่งได้ผลตรงกันข้าม ถ้าแก้ปัญหาโดยให้มีทางเลือกแค่ yes/no อาจส่งผลเสียมากกว่าที่คิด

  • ก็คิด โซเซียล ไทยแลนด์ขึ้นมาสิ ไอบ้า ตั้งแคมเปญ 4.0 digital economy แต่เสือกไม่มี เทคโนโลยีเป็นของตัวเอง ไม่มี platform local ให้คนในประเทศใช้ ไม่การวาง infra ของระบบonline ไม่มีห่ารากอะไรเลย แบบนี้ไปทำถนนลูกรังให้หมดประเทศก่อนเถอะ ผมคนนึงล่ะที่ยอมรอ 10 ปี เพื่อที่จะกระโดดไปไกลกว่าในอีก10ปีข้างหน้า
    เมื่อวางแผนกันเพื่อแค่วันพรุ่งนี้ มึงก็ล้าหลังกันต่อไป เพราะ วันพรุ่งนี้ของมึง คือ เมื่อวานของเพื่อนๆ หรือ หนักกว่านั้น คือ 10 ปีที่แล้วของประเทศอื่น

    ในเมื่อเรายังพอใจให้คนโง่มันบริหารประเทศ ยังพอใจที่ทำอะไรไปก็ตรวจสอบไม่ได้ ได้แค่คำพูดว่า ขอให้เชื่อใจกัน
    ก็จงพอใจ ที่ทำมาหากินลำบากขึ้น ทุกอย่างถอยหลังลง
    อย่าดีแต่บ่น !!!! ถ้าไม่คิดจะเปลี่ยนแปลง

    • ถ้ารัฐบาลสร้าง,คุณจะกล้าใช้หรอ ถามจริง //แล้วไปเลียนแบบ จีนโมเดล ขนาดประชากรเราเท่าเค้าหรอ //ยังไงก็ต้องโดนผูกขาดอยู่ดี จนกว่าจะรวมประชาคม AEC สำเร็จ

    • ผมไม่พอใจที่ให้คนโง่บริหารประเทศ เพราะประชาชนคนไทยก็ไม่ได้เลือกพวกลุงๆทั้งหลายมา แต่ ตอนนี้ผมทำอะไรไม่ได้ เพราะ ม.44 ปืน เรือดำน้ำ รถไฟ อะไรอีกละ ที่พวกลุงๆเค้าซื้อมา

    • แล้วรัฐบาลที่แล้วไม่เห็นทำแบบนี้บ้างหล่ะ พวกคุนเลือกมาไม่ใช่หรอ ..พอรัฐบาลชุดนี้คิดแระทำกลับมาด่าว่าโง่ เออแปลกดีน่ะ รัฐบาลชุดที่แล้วไม่ได้คิดไม่ได้ทำจะด่าว่าอะไรดีอ่ะ อย่าบอกน่ะว่ารัฐบาลที่แล้วคนยังไม่ใช่เฟสบุ๊ค 555555

    • หุ้นไทยและการทำนาย คนตัดเซียน ผมว่าที่คนเครียดเพราะเสพข่าวสารได้มากกว่ายุคนั้น เพราะเป็นยุคข้อมูลล้นครับ ลองมองดีๆสิครับ เทียบยุคนี้สิว่าเด็กมัธยมหาเงินเก่งกว่าคนทำงานประจำ ยุคนี้ปลาเล็กแซงปลาใหญ่ได้ สำนักพิมพ์ปิดตัว แต่คนที่ทำไลฟ์กับได้เงิน ยุคที่เจ้าของกิจการหน้าละอ่อนขึ้นเรื่อยๆ และคนที่แก่กว่ากลายเป็นพนักงานประจำแทน

      ผมว่ามันไม่น่าหดหู่กว่าปี 2540 แน่ๆครับ

    • หุ้นไทยและการทำนาย คนตัดเซียน ผมไม่แน่ใจว่าคุณอายุเท่าไหร่ แต่ถ้าคุณบอกว่าวันนี้แย่กว่าปี 40 อาจจะแสดงว่าคุณไม่ได้ผ่านเหตุการณ์ตอนปี 40 มาจริง

    • ตื่นมาดูค่าเงินก่อนค่าหุ้น
      ก่อนนอนลุ้นดอกเบี้ยทุกวัน
      เรากู้ธนาคารร้อยละ 18 ธนาคารกู้กันเองร้อยละ 22
      หุ้นกสิกร 18 บาท กรุงเทพ 30
      กองทุนหุ้นพาร์ 10 เหลือ 2 บาท

      เรายังห่างไกลปี 40 เยอะครับ

    • เอาจริงๆ เคยมีข่าวว่าพยายามจะสร้างScN ขึ้นมานะ แต่โดนคนด่าว่าปัญญาอ่อน คล้ายๆกับการที่พยายามเรียกเก็บภาษี FB YT เพื่อรักษาผลประโยชน์ชาติในตอนนี้เลย

    • ใช่แล้วครับ ตอนนั้นประเทศล้มละลาย ต้องไปกู้มา ทำสภาพคล่อง ต่างกับทุกวันนี้ที่ รีเซชชั่น แต่วิกฤตมักมาตอนที่เราคาดไม่ถึงเสมอ ผมมองว่าวิกฤตครั้งนี้จะเกิดจากกองหนี้มหาศาล รอแค่เวลาระเบิด และ น่าจะเริ่มจาก กลุ่ม EU

    • ไม่ต้อง EU หรอก ไทยนี่แหล่ะปลายปีนี้หรือต้นปีหน้า เพราะตอนนี้ก็ไม่มีจ่ายค่าบ้าน ค่ารถกันแล้ว เอาสิ่งใกล้ๆตัวเราที่มองเห็นนี่แหล่ะ ใครที่กินเงินเดือน จากภาษีประชาชน คงชิวๆแต่คนที่ทำมาค้าขายเอง แทบกระอัก

    • ผมมอง วิกฤต ใหญ่ครับ
      ประเทศไทยคงไม่มีวิกฤตที่เป็นชนวนทำให้เกิด อย่างที่บอกครับ เราแค่ รีเซชชั่น เพราะ ความสามารถทางการแข่งขันไม่มี แต่พื้นฐานเศรษฐกิจเราไม่ได้น่าเป็นห่วงเลย

    • กลัวจะกลายเป็นวิกฤตกบต้มอย่างที่จิ้งจกหลายตัวเริ่มทักนะสิครับ…

  • ที่จริงกฎหมายมีอยู่แล้วว่า รายได้เกิดขึ้นจากธุรกรรมในประเทศก็ต้องเสียภาษีให้ประเทศนั้น ซึ่งอาจใช้วิธีให้ผู้จ่ายรายได้นั้นมีหน้าที่หัก ณ.ที่จ่าย…กรณีนี้ บริษัทที่โฆษณาใน fb line หรือ google มีหน้าที่หัก ณ.ที่จ่ายเมื่อจ่ายให้ fb,… แต่โฆษณาที่เห็นอาจมีบริษัทข้ามชาติ ก็ไม่ต้องจ่าย เพราะเขาจ่ายที่เมืองนอกซึ่งมีกฎหมายของเขา…แต่โรงแรมที่คนไทยหรือต่างชาติเขาพักก็ต้องหัก ณ. ที่จ่ายเช่นกัน ยกเว้นเป็นโรงแรมในต่างประเทศที่เราไม่ได้เขาพัก ใช่มั้ย

    • โดยปกติเเล้ว การหัก ณ ที่จ่าย ตกลงเป็นกฎสากล 15% เเต่เฉพาะเงินได้พึงประเมิน 40(2) – 40(6) ซึ่งไม่รวมค่าโฆษณา ครับ สำหรับนิติบุคคลต่างประเทศ ที่ไม่ประกอบกิจการในไทย

  • ผมคิดว่า ถ้า facebook และ google ไม่อยากเสียภาษีให้รัฐบาลไทย เพราคิดว่า sever ของเขาอยู่ในอเมริกาต้องเสียภาษีให้รัฐบาลอเมริกาอยู่แล้ว เขาก็สามารถทำได้โดยปิดสำนักงานในใทยครับ ส่วนหลังจากปิดสำนักงานในไทยแล้ว คนไทยจะใช้งาน google กับ facebook ที่อยู่บน internet ต่อไปหรือไม่ ก็แล้วแต่คนไทยแต่ละคนจะตัดสินใจครับ

  • แก้ไม่ยาก ใครใช้บริการกับพวกนี้ รัฐบาลยกเว้นภาษีให้ แต่คุณต้องแจ้งรัฐนะ แล้วรัฐก็ไปเรียกเก็บกับ fb อีกที

  • บริษัท ไม่ว่า google facebook youtube ล้วนแต่มีรายได้จากประเทศไทย ก็คือ พ่อค้าแม่ค้าที่ลงโฆษณาและการลงโฆษณากลุ่มลูกค้าเป้าหมายก็คือผู้ใช้ในไทยเป็นส่วนมาก ผมมองว่าเค้ามีรายได้จากเราโดยตรงพูดง่ายๆคือหากินกับคนไทย แต่ปัญหาคือเค้าไม่ได้จ่ายภาษีให้เราเลย

    ทางแก้ที่ผมมองเห็นคือการหักภาษี ณ ที่จ่ายโดยให้ผู้จ่ายเงินหักและนำส่งภาษี อัตราอาจจะ 15% เหมือนกับการจ่ายค่าจ้างบริการให้กับบริษัทต่างประเทศ เพื่อความเป็นธรรมกับบริษัทต่างประเทศที่ไม่ได้ประกอบธุรกิจแบบ google facebook หรือ YouTube

    • หัก 15% คนที่จ่าย มันก็คนไทยหนิครับ สุดท้ายก็ผลักภาระให้ผู้บริโภคอยู่ดี ที่สรรพกรคิดแทนแนวทางนี้ ผมว่ามันอีเดียสสุดๆ ควรจะไปหาทางคุยกับ บริษัทโดยตรง ไม่ก็จูงใจให้พวกนี้มาเปิดสำนักใหญ่ โดยให้แรงจูงใจทางภาษีไปเลยจะดีกว่า ไม่ใช้มาโยนภาระให้ผู้บริโภค

    • หัก ณ ที่จ่าย คือคนจ่ายก็จ่ายเท่าเดิม ถ้าต้องจ่าย100 ก็หักไว้เพื่อนำส่งให้รัฐ15 แล้วจ่ายบริษัท85

    • Attapol Tammanon หัก 100 จากเงินที่จ่ายไปครับ ถ้า google facebook ยอมนะครับ

      บริษัทต่างชาติ อื่นๆ เค้าก็ถูกหักไว้นะครับ

      ภาษีที่ถูกหักไว้ เท่าที่ทราบสามารถนำไปเป็นเครดิตภาษีในการเสียภาษีในประเทศที่ตั้งอยู่ได้ด้วยนะครับ

    • ก็มันผลักภาระมาให้พวกผมไงครับ มันยังรับเงินเท่าเดิม
      สมัยเป็นบุคคลธรรมดา ลงโฆษณา ร้อย จ่ายร้อย พอตั้งบริษัท ต้องทีหัก ณ ที่จ่าย มันถามเลยว่า ตรงนี้คุณจะจ่าย หรือ ให้เค้าจ่าย ถ้าเค้าจ่าย จะมาหักเงินจากผม สรุป เข้าระบบ กลายเป็นจ่ายแพงกว่าเดิม

      แล้วถ้าจะเก็บเป็น 15% มีหรือ มันจะไม่ผลักภาระ

    • ภาษีหัก ณ ที่จ่าย บริษัทต่างประเทศที่ถูกหัก สามารถนำไปเครดิตภาษีที่เค้าจะต้องเสียได้นะครับ

    • ลงทุนแมน ครับผมมองตามหลักการแล้วจริง ๆ ควรทำให้เหมือนกันกับ บริษัทต่างชาติอื่นที่เค้าก็ถูกหักไว้เหมือนกัน แล้วเช่นเดียวกับบริษัทไทยที่ไปลงทุนหรือทำธุรกิจในต่างประเทศก็ถูกหักไว้ แล้วภาษีที่หักไว้นั้น เค้าก็นำมาเป็นเครดิตภาษีในประเทศเราได้ด้วย

  • ถ้าพวกนั้นไม่จ่าย รัฐบาลก็ต้องเก็บจากคนในประเทศ เพราะฉะนั้นต้องหาทางให้จ่ายค่ะ เกิดรัฐบาลเชือดไก่ บล๊อคให้ดูจะเป็นไงืสงสัยคนในปท.โวยวายก่อน

  • ก็ค่าเช่าพี่แพงแสนแพงอ่ะครับ
    คนเค้าเอาตัวรอดหาทางออกทำมาหากินก็ดีแล้ว
    ใช้สิ่งเหล่าตี้หาเงิน

  • ก็รู้รายได้รู้ยอดขายก็ไปเก็บภาษีมา ก็แค่นั้น ไม่เห็นน่าจะมีปหอะไรนี่ครับ เห็นขายจนขับsupercarเต็มfbเต็มig สรรพากรก็ตามตรวจสอบรายได้บ้าง

  • เอาจริงจริงก้อควรเสียภาษีให้ไทยด้วย ส่่วนของรายได้เรียกเก็บจากไืทย สมเหตุสมผล

  • ผมว่า กสทช.ควรลดอีโก้ ตัวเองลงบ้างนะครับ การที่คุณอยากให้เขามาเสียภาษี ควรเรียกเขามาทำความเข้าใจในข้อกฎหมายของประเทศเรา สิ่งที่ท่านควรทำควรหาล่ามแปลภาษาไว้ให้เขา ไม่ใช่บอกแค่ว่าจะเรียกมาพบ แต่”เราจะไม่พูดภาษาอังกฤษกับเขา” แบบที่ท่านประกาศปาวๆ ผมว่าถ้าเราพร้อมให้ข้อมูลที่ถูกต้องเขาก็ต้องตัดสินใจเองว่าจะอยู่ต่อหรือจะไป

  • เงินกำลังเปลี่ยนทิศทางการ “ไหล”ณ. ตอนนี้เงินในระบบจริง กำลังใหลเข้าสู่เงินในโลกเสมือน แบบรัวๆ

    ปัจจุบัน… งินในระบบหายไปกับ fb google เยอะมาก
    ทั้งค่าโฆษณาที่ fb google เก็บจากพ่อค้า แม่ค้า โดยเขาไม่ต้องเสียภาษีซักบาท
    แถมยังการซื้อขายออนไลน์ ที่ไม่มี vat อีก

    เงินจากโลกจริง กำลังใหลเข้าโลกเสมือนแบบรัวๆ
    ถ้าไม่ทำอะไรบ้าง อีกหน่อยสภาพคล่องในโลกจริง งบประมาณที่จะนำมาพัฒนาหายหมดครับ

    ปรากฏการณ์นี้ยังไม่เกิดขึ้นกับประเทศที่มีอินเตอร์เน็ตไม่เร็วมาก
    แต่กำลังเกิดขึ้น และเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วในประเทศที่อินเตอร์เน็ตเร็วขึ้น
    และ “เจ้าใหญ่” กำลัง “ดูดเงิน” ออกจากระบบอยู่อย่างเมามัน

    ผมคิดว่า วิกฤตเศรษฐกิจ ที่ใครหลายคนกำลังกลัว มันอาจจะกำลังเกิดขึ้น
    โดยไม่ได้เกิดจากคนเรามี “หนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้” เพิ่มมากขึ้นอย่างรวดเร็ว แต่เพียงอย่างเดียว
    แต่เกิดจากการเปลี่ยนทิศทางการไหลของเงินจากโลกจริงเข้าสู่โลกเสมือน

    เงินในประเทศไทยกำลังถูกดูดเข้าสู่เจ้าใหญ่

    คนเราใช้เวลากับสิ่งใด ก็จะกลายเป็นสิ่งนั้น และใช้เงินกับสิ่งเหล่านั้นด้วย
    โลกเสมือน กินเวลา จิตวิญญาณ และเงินของคนในโลกจริงอยู่ครับ
    บางประเทศที่เศรษฐกิจในโลกจริงยังโต แต่ถ้าโลกเสมือนมาเมื่อไหร่ เงินก็จะย้ายที่เหมือนกัน
    มันเป็นเทรนด์ ไม่ควรไปต่อต้าน แต่ควรหาทางรับมืออย่างถูกวิธี

    • เงินมันก็แค่ไหลออกจากระบบห่วยๆ ไประบบที่ดีกว่าเท่านั้นเอง อยากให้เงินไหลกลับ ก็พัฒนาโลก offline ให้มันดีขึ้นซิครับ ไม่ก็พัฒนา o2o

    • มันก็จริงครับ อันนี้เห็นด้วยไม่ว่ายังไงก็คงไม่สามารถต้านทานกระแสโลกเสมือนได้ ชาติที่เจริญกว่าเราก็โดนมาก่อนและจะเป็นต่อไปมากขึ้น

    • ไม่ต้องทาน แต่มันพัฒนาร่วมกันได้ครับ ลองไปศึกษา o2o ดูนะครับ แล้วจะเข้าใจว่า เจ้าแห่งโลกออนไลน์อย่าง amazon ถึงเรึ่มพัฒนาร้าน offline อย่าง amazon go

      ส่วนร้านค้าปลีกที่ทำ o2o สำเร็จ พวก pure online ก็ตีไม่เข้า มีเคสความสำเร็จมากมาย ทั้งใน เมกา จีน ไตหวัน

  • ถ้าคิดจะเอาเงินจากต่างชาติ ควรทำกฎหมายข้อบังคับให้ชัดเจนไม่มีช่องโหว่ให้เขาเล่นแง่ได้ เหมือนอย่างประเทศไรนะใกล้ๆบ้านเรา ที่เฟสบุ๊คยอมจ่ายภาษีนะ

  • มันไม่ยุติธรรมอยู่แล้ว บ.ไทยจ่ายเงินโฆษณาแต่เอามาหักไม่ได้ ….ประเทศEU ใช้ฟ้องร้องโหดๆเรียกเข้ามาเจรจาค่าปรับหลายพันล้าน … เงินถูกดูดออกไประบบเรื่อยๆ แต่อยากจะอยู่ดีกินดี บนเรือที่รั่ว….

  • เคสแบบนี้คล้ายๆของ คริสเตียโน่ โรนัลโด้ ไหมครับ ตั้งบริษัทนอกประเทศแต่ธุรกรรมที่รับทำเกิดขึ้นในสเปน ???

  • ทำไมเราไม่พัฒนาคนให้คิดค้นระบบบริการทางโซเชียลเน็ตเวิร์ค เเล้วให้คนทั่วโลกมาใช้บริการโดยที่บริษัทเราก็ไม่ต้องไปเสียภาษีให้ต่างชาติ เสียให้เฉพาะประเทศไทย มัวแต่ไปพายเรือทวนน้ำ ถอยหลังลงคลอง

  • ถ้าไม่มีเฟซบุคก็คงไม่เกิดธุรกิจใหม่ๆ มากมาย ซึ่งธุรกิจเหล่านั้นก็จ่ายภาษีให้รัฐ

    ถ้าไม่มีเฟซบุค กูเกิล ธุรกิจเล็กๆ คงไม่มีปัญญาไปซื้อเวลาโฆษณาทีวี ไม่มีเงินไปโปรดักชั่น TVC โฆษณาออนไลน์ทำให้ธุรกิจรายย่อยเติบโต เกิดสตาร์ทอัพ เอสเอ็มอี

    เราสามารถโฆษณาในต่างประเทศได้ทั่วโลกได้โดยไม่ต้องเสียภาษีเช่นกัน

    กสทช หรือ ภาครัฐเองไม่เคยมีการศึกษาจริงๆ เลยว่า มูลค่าทางเศรษฐกิจที่ เฟซบุค/กูเกิล มีส่วนสร้างให้กับคนไทยนั้น มีเท่าไหร่ เมื่อเปรียบกับภาษีที่ควรจะได้จาก เฟซบุค/กูเกิล รายได้ที่เกิดกับคนไทยอาจจะมากมายมหาศาลกว่ามาก

    ไม่นับ กูเกิล/ยูทูปเองก็จ่ายเงินค่าโฆษณากลับมาให้กับคนไทยโดยตรงอีก

    เอาจริงๆ ตอนนี้ไม่มีใครศึกษาจริงๆ เลยว่าถ้าไม่มีกูเกิล/เฟซบุค จะมีธุรกิจเจ๊งอีกเท่าไหร่ ถ้าไม่คิดให้รอบดัาน ไม่เปรียบเทียบสิ่งที่เสียไปกับสิ่งที่จะได้มาแล้ว เราไม่มีทางตอบได้เลยว่า อะไรคุ้มกว่ากัน

    • ใช่เลย แต่กลุ่มที่บริหารประเทศ มันไม่ได้ค้าขาย มันรีดภาษี และกินภาษีเป็นอย่างเดียว มันเลยไม่รู้อะไรเป็นอะไร ไม่มีเงินก็รีดลูกเดียว

    • มุมมองดีมากเลยครับ รัฐบาลไทย ปัจจุบันคิดแต่เรื่องเก็บภาษีไม่คิดที่จะให้คนไทยทำธุรกิจซึ่งภาษีจากธุรกิจนี้ก็มีไม่น้อยคนไทยมีรายได้มีงานทำอีกเท่าไหร่คิดๆๆให้มากๆแล้วอย่าอ้างกฎหมายเพราะกฎหมายออกในภาวะไม่มีฝ่ายค้านส่งอะไรเข้าไปก็ผ่านหมด

    • อุ้ย ขอบคุณครับ

      ผมแค่คิดว่าเราต้องมองหลายๆ มุมครับ เราได้ประโยชน์จาก fb/gg มากนะครับ อยากให้เราลองเทียบมูลค่าดูกันก่อนว่า อย่างไหนคุ้มกว่ากันเท่านั้นเองครับ

      ผมทำงานเอเจนซี่ ผมเห็นหลายๆ มุมที่ลูกค้าได้ประโยชน์ เห็นสตาร์ทอัพหลายราย ทำแอพลง play store เห็นดารานักร้องหน้าใหม่เกิดจาก youtube เห็นธุรกิจขนส่ง ธุรกิจร้านอาหาร โรงแรม ที่เทียว โตเพราะ google map เห็นช่องทางขายของผ่าน fb/ig

      แน่นอนในที่สุดแล้ว ถ้าคนไทยมีระบบของตัวเองรองรับ ย่อมเป็นทางเลือกที่ดีกว่า และผมก็อยากเห็นคนไทยสามารถสร้างเครือข่ายระดับโลก แต่ถ้าเราจะปิดกั้นเทคโนโลยีวันนี้ เราก็คงพัฒนาเหนือฝรั่งยากครับ

    • เห็นด้วยกับเม้นนี้ครับ ขออนุญาตเสริมในส่วนของผมครับ คือรัฐบาลไทยควรมีการทำข้อตกลงกับบริษัทต่างๆที่ให้บริการประเภทเดียวกับ facebook ในการเลือกเก็บภาษีที่มีการวางขายในประเทศไทยทาง online โดยเน้นในทางตัวสินค้ามากกว่าบริษัทที่ให้บริการออนไลน์มากกว่า จะ win win ทั้งคู่

    • และควรต่อลมหายใจให้ร้านค้าที่มีหน้าร้านและโดนขูดภาษีเต็มๆ ซึ่งขายของชิ้นเดียวกัน

  • รัฐบาลต้องการจะเก็บทุกทางจากผู้ประกอบการ ทั้งผู้ขายภายในประเทศที่ใช้ช่องทางการขายผ่านโซเชียล รวมถึงผู้ให้บริการแพล๊ตฟอร์มโซเชียลต่างๆ … คำถามคือ รัฐบาลได้ช่วยอำนวยความสะดวก หรือสนับสนุนสิ่งใดบ้าง เพื่อให้เราทั้งหมดเดินไปข้างหน้าร่วมกัน ? … คนเอาของมาขายโดนทั้ง ภาษี ข้อกฏหมาย การขออนุญาต “อย.” “มอก.” “การขายแบบตรง” อะไรเยอะแยะ และ “ยากมาก” … พอผ่านด่านอะไรเหล่านั้นมาได้ ต้องมาเจอกับมรสุม กำแพงภาษีทีขวางหน้าอยู่ … ผ่านมาแบบสะบักสะบอม ก็ยังต้องมาเจอการบีบผู้ประกอบการไม่ให้ทำการโฆษณาอีก … เค้าจะเอาเงินที่ไหนมาจ่ายกัน …. ผมเชื่อครับว่าไม่มีใครอยากทำแบบหลบๆ ซ่อนๆ ถ้าทุกอย่างรัฐช่วยเหลือ ทำขั้นตอนให้มันง่าย (กว่าที่เป็นอยู่ทุกวันนี้) บริหารอย่างมีวิสัยทัศน์ การก้าวตามโลกปัจจุบัน จริงใจในการนำภาษีของประชาชนไปใช้ … และต้องการจะร่วมเดินไปด้วยกันจริงๆ ผมเชื่อว่าประชาชนก็พร้อมให้ความร่วมมือครับ

  • ขอเสนออีกมุมนะครับ 3 บริษัทแรก FLG (face line google) มีบริการส่วนที่เหมือนช่วยสาธารณะด้วย อย่างพิมพ์ไลน์ ส่องเฟซ เสิร์ชกูเกิ้ล เขาก็ไม่ได้เก็บเงิน user แต่อย่างใดนะครับ แถมสำคัญเกือบจะเทียบปัจจัย 4 เลยทีเดียว
    ต่างกับ 2 บริษัทหลังที่ค่อนข้างจะเป็นธุรกรรมการเงินเต็มตัว อยากให้มองสิ่งที่เราได้จากเค้าบ้าง อย่าคิดแต่จะเอาจากเขาฝ่ายเดียว

  • ถ้ารัฐไม่ทำอะไรเลย สิ่งนี้อาจทำให้เกิดวิกฤตของเศรษฐกิจไทยต่อไปในอนาคตก็ได้ เพราะเงินไหลออกไปเยอะมากๆ

  • ควรเสียน่ะใช่ แต่วิธีจะเก็บเค้าน่ะมีกฎหมาย หลักเกณฑ์ชัดเจนรึยัง ขู่ฟ่อ ๆ อย่างเดียว ใครจะอยากคุยด้วย

  • ปัญหามันอยู่ที่ว่า รัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมีปัญญาบังคับ เฟชบุ๊ค กูเกิ้ล ฯลฯ ได้แค่ไหน.

  • ตัดพอร์ทแบบจีน แล้ว single gateway ไง. จ่ายเงินผ่านด่านได้ก็ให้ผ่าน. ถ้าตู่จะงัดเดี๋ยวคงไปถามเฮียสีดู

    • คงไม่ใช่ครับ. ไร้พรมแดนน่าจะหมายถึง การติดต่อสื่อสาร. ส่วนอาณาเขตการปกครองและอธิปไตยของแต่ละประเทศ ยังมีอยู่ครับ ไม่มีประเทศไหนยอมุถูกรุกรานหรอกครับ

  • อเมริกาทำ FATCA มาให้คนไทยและทุกคนที่อาศัยอยู่บนอาณาจักรไทยเซ็น เมื่อทำธุรกรรมกับสถาบันการเงิน เป็นเอกสารยินยอมให้สถาบันการเงินในไทยเปิดเผยข้อมูลกับสรรพากรอเมริกาเพื่อให้ทางอเมริกาสามารถเรียกเก็บภาษีได้ถึงแม้ไม่ได้อาศัยอยู่ในอเมริกา เราสามารถทำแบบเค้าได้ไหมครับ หรือออกกฏหมายว่าด้วยธุรกิจที่หาเงินจากคนไทยต้องเสียภาษีตามกฏหทายไทยเป็นต้น

  • ควรจ่ายก็จริง แต่ไอ้วิธีการอุบาทว์ที่ กสทช กับไอ้รัฐบาบเผด็จการกำลังทำอยู่นี่แม่งมันไม่เข้าท่า จะไปกดดันพวกโซเชียล ออนไลน์เขา แต่มันจะทำให้ธุรกิจในประเทศตายห่ากันหมด ทำอะไรโง่ๆ เป็นประจำแล้วยังสะเออะอยากจะเป็น 4.0 บ้าบอนี่อีก น่าสมเพชเวทนา

  • ผมกำลังสงสัยว่า Comment ต่างๆ ที่ผมอ่านเป็นภาษาไทยด้านบนนี้ไม่ได้เขียนโดยคนไทย

    รัฐบาลไทยกำลังจะเรียกเก็บภาษีจากบริษัทต่างชาติ แต่คนไทยบอกว่าไม่ต้อง ไม่ควร

    #ผมคนไทยครับ รัฐบาลไทยควรได้ภาษีจากรายได้ที่คนต่างชาติทำรายได้จากคนไทย บนแผ่นดินไทยครับ

  • เคยมีคนหนึ่งเคยบอกเรานานแล้วว่ากรุงเทพคือเมืองหลวงของเฟสบุ๊ค เพราะมีทราฟฟิค เยอะสุดในโลก แต่ก็จริงแหละ

  • FB มีบริษัทและพนักงานประจำแต่ละประเทศ

    รายได้โฆษณา จากบริษัทสินค้าไทย หรือตปท..ที่ตั้งบริษัทอยุ่ในไทย
    FB Thailandน่าจะจ่ายภาษีรายได้นิติบุคลให้ไทย

    แต่หากสินค้าจากบริษัทต่างประเทศ.. บริษัทตั้งอยุ่ต่างประเทศ ก้อต้องจ่ายภาษี..ณประเทศที่จดทะเบียนบริษัทตั้งอยู่คะ

  • หวังว่าจะมีทางออกที่ดี
    ต้องมีการเสียภาษีที่ไทยด้วยครับ
    ถ้าจำเป็นต้องเลิกใช้ ก็เลิกใช้
    รัฐควรสร้างระบบใหม่รองรับ ก่อนเลิก
    ลงทุนไปเลยครับ คนใช้ 25 ล้านคน คุ้มอยู่แล้ว

  • รายได้จากการโฆษณาเป็นรายได้หลักของ Facebook และ Google สินค้าและบริการที่ลงโฆษณาถึงคนไทยและมีการใช้บริการที่เกิดในประเทศไทย จะต้องเสียภาษี ทุกวันนี้เม็ดเงินที่เคยอยู่ในโฆษณาสิ่งพิมพ์และทีวีกำลังเคลื่อนย้ายได้ไปอยู่บนอินเตอร์เน็ต ซึ่งก็ไม่ต้องถามว่าไปอยู่ที่ไหนไปอยู่ที่ Google แอดเวิร์ดและ Facebook ทุกวันนี้เอเจนซี่ต้องทำการหักภาษีณที่จ่ายและนำส่งรัฐบาลโดยควักเงินตัวเองออกแทนบริษัทพวกนี้เพราะถ้าไม่ทำสรรพากรก็จะมาไล่เบี้ย สิ่งที่ได้คือใบเสร็จที่ออกจากสำนักงานของเขาที่ประเทศสิงคโปร์ ทำไมบริษัทพวกนี้ไม่รู้เรื่องหรอจริงๆเค้ารู้ครับในบางประเทศเค้าก็เสียภาษีโดยเฉพาะในประเทศแม่ของเขาแต่อะไรที่เขาเลี่ยงได้ไม่เสียได้เค้าจะเสียทำไมล่ะครับ ลองคิดดูนิตยสารที่เรารักหลายหลายเล่มต้องปิดตัวลงไปทั้งๆที่เสียภาษีถูกต้องให้กับรัฐบาลไทยทีวีหลายหลายช่องกำลังขาดทุนทั้งทั้งที่เสียภาษีถูกต้องให้รัฐบาลไทย เราคนไทยเราก็เสียภาษีให้รัฐบาลไทยผู้ประกอบการบริษัทคนไทยก็เสียภาษีให้รัฐบาลไทยบริษัทในสหรัฐอเมริกาที่เข้ามาค้าขายในประเทศไทยเช่น Microsoft หรือแอปเปิ้ลก็ออกไปกำกับภาษีให้จากสำนักงานในประเทศไทยเค้าเสียภาษีถูกต้อง ช่วยกันกดดันให้ Google และ Facebook เสียภาษีให้ถูกต้องเถอะครับเค้าทำได้ครับ ทำไมเค้าถึงมีสำนักงานในสิงคโปร์ได้ล่ะครับ แปลว่าเค้าเสียภาษีให้ประเทศสิงคโปร์ใช่มั้ยครับประเทศไทยผู้ใช้งานอินเตอร์เน็ตไม่ได้น้อยกว่าประเทศสิงคโปร์ใช่มั้ย

  • ถ้าผมเป็นรัฐบาล ผมจะแก้ปัญหาแบบระยะยาว คือวางรากฐานและสนับสนุนคนไทยให้ทำได้เหมือน FB และ GG

  • แล้วเจ๊คิวปูม้านึ่งนี่เสียภาษีำหมครับ ปกติขายสินค้าหรือบริการรายรับเกิน 1.8 m ต้องจดแวต อันนี้จดไหมครับ และภาษีเงินได้ อีก เสียไหมครับ

  • บริษัทในลักษณะที่กล่าวๆ มามีเส้นสายในภาครัฐเยอะ ผลประโยชน์มหาศาล เป็นไปได้ยากที่จะออกกฏระเบียบมาจริงจังเรื่องเก็บภาษีเข้ารัฐ

  • ประเด็นอยู่ที่เงินรายจ่ายจากการยิงแอดในfb นำไปเป็นค่าใช้จ่ายในกิจการไม่ได้

    รายได้เยอะ ค่าใช้จ่ายน้อย (ซึ่งจริงๆคชจ.จากการยิงแอดเยอะมากแต่นำมาใช้ไปคชจ.ในบัญชีไม่ได้) สรุปคือต้องเสียภาษีจากผลกำไรที่ตัวเลขเกินรายได้จริง