NORTH SENTINEL เกาะที่โดดเดี่ยวสุดในจักรวาล

NORTH SENTINEL เกาะที่โดดเดี่ยวสุดในจักรวาล

NORTH SENTINEL เกาะที่โดดเดี่ยวสุดในจักรวาล / โดย ลงทุนแมน

“ผมชื่อจอห์น ผมรักพวกคุณ และพระเยซูก็รักพวกคุณ..”

เป็นเสียงตะโกนของคุณ John Chau นักเผยแพร่ศาสนาหนุ่มชาวอเมริกัน

คุณ Chau พยายามสื่อสารกับชนเผ่า Sentinelese ที่อาศัยอยู่บนเกาะ North Sentinel

แต่ คำตอบที่ได้กลับกลายเป็นลูกธนูที่ยิงกลับมาทะลุคัมภีร์ไบเบิลกันน้ำของเขา

ไม่น่าเชื่อว่าเหตุการณ์ทั้งหมดนี้เกิดขึ้นในปี 2018 ยุคที่เทคโนโลยีกลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวันของทุกคนแล้ว

แต่เกาะนี้กลับเหมือนอยู่คนละยุคกับเรา เหมือนกับว่า
โลกของเขา กับโลกของเรา มันเป็นคนละโลกกัน..

แล้วเรื่องราวทั้งหมดเป็นอย่างไร ลงทุนแมนจะเล่าให้ฟัง

เกาะ North Sentinel ตั้งอยู่ทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ของประเทศอินเดีย มีเนื้อที่ประมาณ 57 ตารางกิโลเมตร เล็กกว่าเกาะภูเก็ตเกือบ 10 เท่า

บนเกาะแห่งนั้นมีประชากรประมาณ 50 ถึง 200 คน ไม่มีอินเทอร์เน็ต ไม่มีถนน ไม่มีรถยนต์

ไม่ต้องพูดถึงรถยนต์.. แม้แต่เสื้อผ้า คนบนเกาะแห่งนั้นยังไม่มี

ชนเผ่านี้ถูกเรียกว่า Sentinelese พวกเขาออกล่าสัตว์ป่าด้วยธนู และจับปลากินเป็นอาหาร สิ่งเหล่านี้ทำให้ทางการประเทศอินเดียประกาศว่า เกาะแห่งนี้เป็น “เกาะต้องห้าม” เกาะที่ห้ามมนุษย์ภายนอกเข้าไปเหยียบเกาะนี้

แล้วในอดีตที่ผ่านมา มนุษย์ภายนอกเคยเข้าไปพบคนบนเกาะนี้หรือไม่? ถ้าเคยพบแล้วเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นอย่างไบ้าง?

จากหลักฐานทางประวัติศาสตร์
เริ่มตั้งแต่สมัยล่าอาณานิคมอันดามันเมื่อ 138 ปีก่อน..

ประเทศอังกฤษขยับขยายพื้นที่ทางทะเลจนมาพบเกาะนี้

ในวันแรกที่กองทัพของอังกฤษเข้าไปในพื้นที่ ชาวเผ่า North Sentinel ได้หนีเข้าไปซ่อนตัว

อย่างไรก็ตาม กองทัพอังกฤษก็สามารถจับกุมชนเผ่านี้ได้ทั้งหมด 6 คน แบ่งเป็นชายชรา ผู้หญิงและเด็กอีก 4 คน

ต่อมาไม่นานชายชรากับผู้หญิงก็ได้ตายจากโรคร้าย

ทางกองทัพอังกฤษจึงนำเด็กทั้ง 4 คน กลับไปที่เกาะเพื่อส่งคืน พร้อมของขวัญให้เด็กๆ นำกลับไปให้ชนเผ่าด้วยจุดประสงค์ที่ต้องการแสดงความเป็นมิตร

แต่เรื่องกลับไม่เป็นแบบที่คิด

ชาวเผ่า North Sentinel กลับคิดว่ากองทัพอังกฤษเป็นสาเหตุการตายของชายชรา และผู้หญิง รวมถึงความต่างทางวัฒนธรรม ทำให้เด็กๆ อาจไม่รู้ด้วยซ้ำว่าสิ่งที่กองทัพอังกฤษมอบให้คือ ของขวัญ..

90 ปีต่อมา..

ในปี 1967 คุณ Triloknath Pandit นักมานุษยวิทยาชาวอินเดียได้กลับมาที่เกาะนี้อีกครั้งเพื่อต้องการที่จะเป็นเพื่อนกับชนเผ่า Sentinelese พร้อมกับของขวัญ

แต่ก็น่าเสียดาย เพราะดูเหมือนว่าชนเผ่า Sentinelese จะยังคงไม่เข้าใจสิ่งที่เขาต้องการสื่อ

อย่างไรก็ตาม คุณ Pandit ไม่ล้มเลิกความตั้งใจ เขากลับมาที่นี่อีกครั้งพร้อมกับของขวัญเหมือนครั้งก่อนและทำแบบเดิมซ้ำๆ นานถึง 24 ปี

ซึ่งผลลัพธ์สุดท้ายที่ได้ก็คือคุณ Pandit ต้องถอดใจไปในที่สุด

ในช่วงเวลาเดียวกับที่คุณ Pandit ได้พยายามเข้าไปสื่อสารที่เกาะนี้เอง

รายการ National Geographic ก็ต้องการเดินทางเข้าไปถ่ายทำภาพยนตร์สารคดีที่เกาะนี้เช่นเดียวกัน

ทีมงานทั้งหมดประกอบด้วยกองถ่ายภาพยนตร์ นักมานุษยวิทยา และตำรวจที่ติดอาวุธอย่างครบมือ

แต่ยังไม่ทันที่เรือจะเทียบชายฝั่ง ทีมงานก็ได้รับการต้อนรับด้วยลูกธนูจำนวนมาก

โชคดีที่พวกเขาทั้งหมดสามารถนำเรือไปจอดได้อย่างปลอดภัย

ทีมงาน National Geographic วางของขวัญที่ได้เตรียมมาด้วยลงบนชายหาด ซึ่งประกอบด้วย รถพลาสติกขนาดเล็ก, มะพร้าว, หมูตัวเป็นๆ, ตุ๊กตา และเครื่องครัวอะลูมิเนียม

ชาวเผ่า Sentinelese ตอบสนองพวกเขากลับด้วยลูกศรอีกครั้ง

ครั้งนี้ทางทีมงานกลับไม่ได้โชคดีอย่างครั้งที่แล้ว ลูกธนูดอกหนึ่งปักถูกต้นขาของผู้กำกับภาพยนตร์

จากบันทึกเหตุการณ์ระบุว่า ชายที่เป็นคนยิงธนูเผยตัวจากที่ซ่อนและหัวเราะอย่างภาคภูมิใจ

แล้วชาวเผ่า Sentinelese สนใจของขวัญอะไรบ้าง?

ชาวเผ่านำหมูตัวเป็นๆ และตุ๊กตาไปฝัง

แต่เลือกที่จะเก็บมะพร้าว กับเครื่องครัวอะลูมิเนียม..

ต่อมาในช่วงปี 1990 รัฐบาลอินเดียก็ได้พยายามเข้าไปเพื่อดูแล โดยพานักมานุษยวิทยาและแพทย์ร่วมเดินทางไปด้วย แต่ก็เข้าไปไม่สำเร็จ พวกเขาทำได้เพียงแค่ส่งของขวัญไว้ที่ชายหาดเท่านั้น

รัฐบาลอินเดียยังพยายามเข้าไปแบบปราศจากอาวุธอีกหลายครั้ง ก็ยังโดนยิงไล่กลับมาด้วยธนู

จนกระทั่งปี 1996 รัฐบาลอินเดียตัดสินใจยุติการพยายามเข้าไปติดต่อกับคนบนเกาะ เหตุผลสำคัญคือ มีผู้เสียชีวิตจำนวนมากจากการต่อสู้กัน และการเข้าไปของมนุษย์ภายนอกนำมาซึ่งเชื้อโรค ซึ่งคนบนเกาะยังไม่มีภูมิคุ้มกัน

เวลาผ่านไปนานกว่า 20 ปี ดูเหมือนว่าเรื่องราวของชนเผ่าจะถูกลืมหายไป
แต่แล้วก็เกิดเหตุร้ายที่เกาะนี้อีกครั้งหนึ่ง

นักประมงชาวอินเดียสองคนได้แอบลักลอบเข้ามาจับปูใกล้ๆ กับเกาะแห่งนี้โดยไม่สนใจคำเตือนของชาวประมงคนอื่นๆ

เมื่อเรือประมงของพวกเขาลอยเข้าไปใกล้ ก็ถูกโจมตีได้รับความเสียหายอย่างหนัก และศพของพวกเขาถูกพบใน 3 วันต่อมา จากเฮลิคอปเตอร์สำรวจชายฝั่งของอินเดีย

ปัจจุบัน หลายองค์กรก็ยังไม่ละความพยายามในการติดต่อสื่อสารกับชนเผ่า Sentinelese จนกระทั่งเมื่อไม่นานมานี้

คุณ John Chau นักเผยแพร่ศาสนาชาวอเมริกันมีความตั้งใจที่จะนำศาสนาคริสต์ไปเผยแพร่ให้ชาว Sentinelese

เขาลักลอบเข้าไปที่เกาะได้สำเร็จจากความช่วยเหลือของชาวประมงท้องถิ่นชาวอินเดีย 7 คน

ครั้งแรกที่ไปยืนบนเกาะแห่งนี้ ไบเบิลกันน้ำของเขาเป็นสิ่งเดียวที่ปกป้องร่างกายของเขาไว้จากการโดนยิงด้วยธนู แต่เขาก็ไม่ลดละความพยายาม

อย่างไรก็ตาม การกลับไปครั้งที่สอง คุณ Chua นำปลาตัวใหญ่ 2 ตัวไปให้ชาว Sentinelese และพยายามนั่งคุยกันเป็นเวลากว่าชั่วโมง แต่ต่อมาชาวเผ่าก็ยังหยิบธนูขึ้นมายิงเขาอีก..

การกลับไปครั้งที่สาม กลายเป็นครั้งสุดท้ายที่เขาได้อยู่บนโลกใบนี้ เพราะเขาถูกยิงด้วยธนูจนได้รับบาดเจ็บสาหัส และถูกเชือกมัดคอในเวลาต่อมา..

ข้อความสุดท้ายที่คุณ Chua เขียนไว้ก่อนที่เขาจะเสียชีวิตลง มีข้อความว่า

“ที่ผมมาที่นี่ เพราะผมอยากนำหลักคำสอนของพระเจ้ามาบอกให้พวกเขาได้รับรู้ อย่าโทษชาวเผ่าเลยถ้าผมโดนฆ่าตายที่นี่..”

จากเรื่องราวทั้งหมดนี้ มันบอกอะไรเรา?

ในยุคปัจจุบันที่คนกว่า 3,200 ล้านคนเข้าถึงโลกอินเทอร์เน็ต และพยายามปรับตัวเข้าหากับมัน

แต่ก็ยังมีบางมุมบนโลกนี้ที่แตกต่างกับเราอย่างสิ้นเชิง

ในบางครั้ง
เราก็ไม่จำเป็นต้องพยายามที่จะให้อีกฝ่ายเข้าใจเราไปเสียทุกเรื่อง
เพราะไม่ว่าเราจะพยายามเท่าไร
เราก็อาจจะไม่เข้าใจเขา และเขาก็อาจจะไม่มีวันเข้าใจเรา..

ปิดท้ายด้วยข้อมูลที่น่าสนใจ

มีการคาดการณ์กันว่าคนบนเกาะนี้มีประมาณ 50 ถึง 200 คน และคนทั้งหมดอาศัยอยู่บนเกาะนี้มาแล้วมากถึง 55,000 ปี

คนบนเกาะนี้มีภาษาที่ใช้คือ Sentinelese Language ซึ่งรากเหง้าของภาษานี้ไม่มีความเกี่ยวข้องเลยกับภาษาในพื้นที่ใกล้กัน

ถ้าให้ลองนึกภาพตาม..

60,000 ปีที่แล้ว แผนที่โลกไม่ใช่เป็นอย่างในรูปปัจจุบัน
มนุษย์ได้อพยพเคลื่อนย้ายไปตามที่ต่างๆ บนโลกนี้
และ กลุ่มมนุษย์ Sentinelese ก็เป็นหนึ่งในนั้น

เมื่อเวลาผ่านไป ระดับน้ำทะเลสูงขึ้น นำมหาสมุทรอันกว้างใหญ่มาล้อมรอบเกาะนี้
จนทำให้เขาขาดอารยธรรมจากโลกภายนอก
ทำให้เป็นเหมือนเกาะที่ถูกโดดเดี่ยว

แต่ใครจะรู้
โลกของเขา กับโลกของเรา มันเป็นคนละโลกกัน
เขาอาจจะชอบในสิ่งที่เขาเป็นอยู่แล้ว

ขณะที่โลกของเรา
กลับมีหลายคน ที่อาจรู้สึกโดดเดี่ยว ในโลกที่เต็มไปด้วยเทคโนโลยีแห่งนี้..

———————-
เมื่อโลกใบนี้เต็มไปด้วยเทคโนโลยี ให้ blockdit เชื่อมโยงความคิดดีๆ ของคุณ โหลด blockdit ได้ที่ blockdit.com
ความคิดดีๆ เกิดขึ้นที่บล็อกดิต..
.
หนังสือลงทุนแมนไว้อ่านยามว่าง เล่ม 1.0-7.0 ซื้อได้ที่ลิงก์นี้ lazada.co.th/shop/longtunman
.
อินสตาแกรม ไว้ดูภาพสวยๆ instagram.com/longtunman
.
ทวิตเตอร์กระชับฉับไว twitter.com/longtunman
.
ไลน์ส่งข้อความตรงวันละครั้ง line.me/R/ti/p/%40longtunman
———————-

References
bbc news, wikipedia

Comments

comments