กรณีศึกษา คำพูดเป็นนายเรา Stefano Gabbana

กรณีศึกษา คำพูดเป็นนายเรา Stefano Gabbana

กรณีศึกษา คำพูดเป็นนายเรา Stefano Gabbana / โดย ลงทุนแมน

“เราจะบอกคนทั้งโลกว่าประเทศจีนมันห่วย และขอให้รู้ไว้เลยว่าเราอยู่ได้โดยที่ไม่มีพวกคุณ”

ประโยคนี้ถูกพิมพ์ออกไปโดย Stefano Gabbana หนึ่งในผู้ก่อตั้งแบรนด์ Dolce & Gabbana ระหว่างสนทนากับคนจีนใน Instagram เรื่องแคมเปญโฆษณาล่าสุดของแบรนด์

โฆษณานี้มีเนื้อหาออกไปทางเหยียดชนชาติ และนำเสนอวัฒนธรรมการกินของชาวจีน ไม่ว่าจะเป็นการใช้ตะเกียบกินพิซซ่า หรือการใช้คำพูดค่อนข้างไม่ให้เกียรติ..

เรื่องของ Dolce & Gabbana ให้บทเรียนอะไรกับเรา?

ลงทุนแมนจะมาเล่าให้ฟัง

มาทำความรู้จักกับแบรนด์นี้กันก่อน..

Dolce & Gabbana ก่อตั้งโดยนักออกแบบชาวอิตาลี 2 คนคือ Domenico Dolce และ Stefano Gabbana

ในตอนนั้นทั้งคู่ยังมีอายุเพียง 22 ปี และเริ่มต้นสร้างคอลเลกชันหรูสำหรับผู้หญิงเป็นคอลเลกชันแรกของแบรนด์ด้วยเงินทุนประมาณ 50,000 บาท

แรกเริ่มเดิมทีการออกแบบของ Dolce & Gabbana จะมีโทนขาว-ดำ ที่สุขุม เรียบง่าย และดูหรูหราโดยคอลเลกชันที่เปิดตัวใน Milan เริ่มทำให้แบรนด์นี้เป็นที่รู้จัก

หลังจากนั้น Dolce & Gabbana เริ่มขยายสินค้าแฟชั่นของแบรนด์ไปทำคอลเล็กชั่นสำหรับผู้ชาย เครื่องหนังและอีกมากมาย

จุดเปลี่ยนสำคัญของแบรนด์ Dolce & Gabbana คือการได้รับความไว้วางใจจากนักร้อง นักแสดงอย่าง Beyoncé และ Madonna ให้ออกแบบแฟชั่นส่วนตัวทั้งในเรื่องธีม และเสื้อผ้าสำหรับงานแสดงครั้งสำคัญ

สิ่งเหล่านี้ทำให้ Dolce & Gabbana เติบโต และสามารถขยายไลน์แฟชั่นมาจับกลุ่มลูกค้าระดับสูง ตัวอย่างลูกค้าที่มีชื่อเสียงได้แก่ ครอบครัว Beckham, Daniel Craig, Britney Spears

แล้วผลประกอบการของ Dolce & Gabbana ที่ผ่านมาเป็นอย่างไร?

ปี 2011 รายได้ 12,500 ล้านบาท
ปี 2013 รายได้ 28,000 ล้านบาท
ปี 2015 รายได้ 30,500 ล้านบาท
ปี 2017 รายได้ 37,300 ล้านบาท

จะเห็นได้ว่ารายได้ของบริษัทเติบโตอย่างรวดเร็ว

ปัจจุบัน Dolce & Gabbana มีจุดวางจำหน่ายกว่า 344 แห่งใน 45 ประเทศ โดยมีสัดส่วนรายได้หลักมาจากตลาดเอเชียแปซิฟิกกว่า 30%

โดยหนึ่งในประเทศที่ Dolce & Gabbana ประสบความสำเร็จก็คือ ประเทศจีน..

เรื่องราวทั้งหมดนี้ทำให้ผู้ก่อตั้งทั้งสอง ปัจจุบันมีสินทรัพย์รวมกันกว่า 100,000 ล้านบาท

อย่างไรก็ตาม เหตุการณ์ล่าสุดที่เกิดขึ้นกำลังจะทำให้ทุกอย่างเปลี่ยนไป..

จากคำพูดของคุณ Stefano Gabbana ที่พูดจาไม่ดี กล่าวดูถูกคนจีนเชิงเหยียดหยาม รวมถึงการเยาะเย้ยเรื่องภาษา และชนชาติจีน

มากไปกว่านั้น Official Account ของแบรนด์ Dolce & Gabbana ก็ยังตอบคำถามคนจีนในเชิงไม่สนใจ ไม่ให้ความเคารพ และขู่ว่าจะบล็อกพวกคุณ ไม่ให้พิมพ์ข้อความมาอีก..

พอเรื่องเป็นแบบนี้ เรื่องราวดังกล่าวถูกเก็บเป็นรูปภาพ ส่งต่อจากคนจีนสู่คนจีน ไปถึงรัฐบาลจีน และตอนนี้กระจายออกไปทั่วโลก..

ปัจจุบัน Fashion Show ของ Dolce & Gabbana ที่กำลังจะเกิดขึ้นในประเทศจีน ถูกยกเลิกทุกโครงการ รวมถึงดาราจีนมากมายประกาศว่าจะเลิกสนับสนุนแบรนด์นี้

เรื่องนี้บอกอะไรเรา?

จริงๆ แล้วในตอนแรก เรื่องนี้อาจจะไม่กลายเป็นเรื่องใหญ่ ถ้าคุณ Stefano Gabbana แสดงความจริงใจอธิบายถึงเหตุผลสิ่งที่ซ่อนอยู่ในโฆษณาแคมเปญนี้

หรือในกรณีที่เลวร้ายสุด ก็ควรจะกล่าวขอโทษว่าทำไปโดยรู้เท่าไม่ถึงการณ์

แต่สิ่งที่คุณ Stefano Gabbana เลือกที่จะตอบสนอง คือ การไม่ให้ความเคารพ และแสดงออกอย่างก้าวร้าวต่อลูกค้าของตัวเอง ซึ่งผลก็ได้แสดงออกมาแล้วว่า มันไม่คุ้มค่าเลยกับสิ่งที่ได้ทำลงไป

มาถึงตอนนี้ไม่ว่าคุณ Stefano Gabbana จะออกมาแก้ตัวอย่างไร ก็คงจะสายเกินไปที่จะหยุดความเกลียดชังของคนจีนต่อแบรนด์นี้

คงต้องยอมรับว่า ไม่ว่าคนประเทศไหนก็ย่อมรักในความเป็นชาติของตนเอง แผ่นดินของตนเอง วัฒนธรรมที่บรรพบุรุษของพวกเขาได้สร้างขึ้นมา

โดยเฉพาะจีนเป็นประเทศที่มีตลาดขนาดใหญ่ ถ้าคนจีนเลิกใช้สินค้านั้น ก็น่าจะกระทบกับรายได้บริษัทอย่างมีนัยสำคัญ

แล้วอะไรจะเกิดขึ้นต่อไป?

สิ่งที่เกิดขึ้นทันทีคือยอดขายของ Dolce & Gabbana ในประเทศจีนคงหายไปในทันที

แต่ในกรณีที่เลวร้ายกว่านั้น เรื่องดังกล่าวอาจกระทบความเชื่อมั่นของลูกค้าทั่วโลกต่อแบรนด์นี้

นึกไม่ถึงว่าภาพลักษณ์ของแบรนด์นี้ที่สะสมมากว่า 30 ปี จะถูกทำลายด้วยคำพูดของผู้ก่อตั้งเอง ในเวลาเพียงชั่วข้ามคืน..
———————-
แต่ถ้าอยากแชร์บทความ และมีผู้ติดตามได้ในชั่ววินาที มาเล่นแอปพลิเคชัน “blockdit” โหลดได้ที่ blockdit.com
ความคิดดีๆ เกิดขึ้นที่บล็อกดิต..
.
หนังสือลงทุนแมนไว้อ่านยามว่าง เล่ม 1.0-7.0 ซื้อได้ที่ลิงก์นี้ lazada.co.th/shop/longtunman
.
อินสตาแกรม ไว้ดูภาพสวยๆ instagram.com/longtunman
.
ทวิตเตอร์กระชับฉับไว twitter.com/longtunman
.
ไลน์ส่งข้อความตรงวันละครั้ง line.me/R/ti/p/%40longtunman
———————-

References
-https://www.ranker.com/list/celebrities-who-wear-dolce-and-gabbana/reference
-https://fashionista.com/2018/11/dolce-gabbana-chopsticks-chinese-ad-racist
-https://www.statista.com/statistics/675280/turnover-of-italian-company-dolce-and-gabbana/
-https://uk.fashionnetwork.com/news/Dolce-Gabbana-net-profit-soars-revenues-up-9-on-strong-Italy,880324.html#.W_Y7q5MzYWo
-https://wwd.com/fashion-news/fashion-features/chinas-fashion-heavyweights-react-to-dolce-gabbana-debacle-1202911319/
-Instagram Official Account: Diet_Prada

Comments

comments