หุ้น 7 ประเภทของ ลงทุนแมน

หุ้น 7 ประเภทของ ลงทุนแมน

ที่ผ่านมาผมไม่เคยได้เขียนเรื่องหลักการคัดเลือกหุ้นเท่าไรนัก เพราะน่าจะมีคนที่อธิบายได้ดีอยู่แล้ว และ เรื่องนี้น่าจะหาอ่านได้ไม่ยากตามหนังสือการลงทุนทั่วไป
แต่สุดท้ายแล้ว มีแฟนเพจหลายท่านที่ยังไม่เคยมีพื้นฐานการลงทุนมาก่อนอยากให้สรุปเรื่องนี้แบบง่ายๆ
วันนี้จึงขอเริ่มต้นด้วยเคล็ดลับการมองหุ้นแบบลงทุนแมน..

การลงทุนมีหลายแบบ และหลายทรัพย์สิน แต่ที่เราได้ยินมากที่สุด ก็คือหุ้น

การซื้อหุ้นก็เหมือนการร่วมเป็นเจ้าของกับบริษัทนั้น ซึ่งไม่ต่างอะไรกับการที่เราทำธุรกิจของตัวเอง

ธุรกิจแต่ละแบบก็มีจุดดีจุดด้อยต่างกัน มีความสามารถในการแข่งขันที่ต่างกัน

เราจะมีวิธีคัดเลือกหุ้นอย่างไร?

เราสามารถคัดเลือกหุ้นได้โดยการรู้จักว่าหุ้นตัวนั้นเป็นหุ้นประเภทไหน

สำหรับลงทุนแมนแล้ว เงื่อนไขข้อแรกก่อนเรื่องทั้งหมด คือบริษัทต้องไม่มีความเสี่ยงเรื่องทุจริต ถ้าผู้บริหารมีพฤติกรรมที่ไม่ซื่อสัตย์ หรือ บริษัททำธุรกิจที่น่าสงสัย ให้ข้ามที่จะทำความรู้จักหุ้นตัวนั้นไปได้เลย

หลังจากนั้นลงทุนแมนจะดูคุณสมบัติหลัก 3 ลักษณะคือบริษัทนั้นต้องมี คุณภาพดี การเติบโตสูง และราคาเหมาะสม ซึ่งถ้าบริษัทขาดคุณสมบัติ 1 ใน 3 ข้อนี้แล้วอาจจะทำให้เราติดกับดักในการลงทุน และกลายเป็นการลงทุนที่ผิดพลาดได้

คุณภาพดี คือ สินค้าของบริษัทมีแบรนด์ที่แข็งแกร่ง บริษัทมีความสามารถในการแข่งขัน คู่แข่งเข้ามาต่อสู้ได้ยาก

การเติบโตสูง คือ สินค้าของบริษัทจะมีความนิยมมากขึ้นอีกในอนาคต ตลาดยังมีช่องว่างให้ขยายไปได้อีกมาก

ราคาเหมาะสม คือ ราคาของหุ้นบริษัทนั้นไม่แพง เมื่อเทียบกับค่าเฉลี่ยอุตสาหกรรม และ ค่าเฉลี่ยในอดีต

ลงทุนแมนจะแบ่งหุ้น หรือ บริษัทเป็น 7 ประเภท ตามคุณสมบัติได้ดังนี้

1) บริษัทซันเซ็ท เป็นบริษัทราคาถูกที่ธุรกิจกำลังถดถอย และสินค้าล้าสมัยแล้ว บริษัทประเภทนี้เป็นบริษัทที่ควรหลีกเลี่ยงมากที่สุด ไม่ควรซื้อเพราะเห็นว่าราคาถูก เพราะเมื่อกำไรของบริษัทลดลงในอนาคต ราคาจะถูกลงได้อีก ซึ่งตรงกับประโยคที่ว่า “ของถูกมักไม่ดี” ตัวอย่างคือธุรกิจนิตยสาร ร้านหนังสือ เป็นต้น

2) บริษัทฟองสบู่ เป็นบริษัทที่มีการเติบโตสูงในระยะสั้น แต่ธุรกิจมีความไม่แน่นอน และมีราคาแพง บริษัทประเภทนี้มักเป็นที่สนใจของนักเก็งกำไร อย่างไรก็ตามถ้ากำไรในอนาคตไม่มาตามที่ตลาดคาดไว้ก็มีความเสี่ยงที่จะทำให้ราคาตกลงรุนแรงได้ ตัวอย่างคือธุรกิจที่มีความคาดหวังของโครงการขนาดใหญ่ หรือสินค้าที่ได้รับความนิยมซึ่งตลาดให้ความคาดหวังสูงแต่จริงๆแล้วไม่ได้เป็นอย่างนั้น

3) บริษัทอิ่มตัว เป็นบริษัทที่มีคุณภาพแต่ไม่มีการเติบโตแล้ว และราคาอยู่ในระดับที่แพงอีกด้วย ถ้านักลงทุนเข้าไปลงทุนก็อาจจะติดหล่มอยู่กับที่ในระยะยาวจนกลายเป็นช่วงเวลาที่หายไป “Lost Period” เพราะตลาดจะปรับ PE จากที่อยู่สูงให้ลดลงตามการอิ่มตัวในระยะยาว ตัวอย่างคือธุรกิจอาหารเครื่องดื่ม หรือธุรกิจค้าปลีกที่หุ้นมีราคาแพง แต่บริษัทไม่ได้เติบโตเท่าไร

4) บริษัทวัฎจักร เป็นบริษัทที่อาจมีการเติบโตสูงในบางช่วง แต่ธุรกิจมีความเสี่ยงที่จะเปลี่ยนแปลงในอนาคต จากราคาสินค้าที่กำหนดเองไม่ได้ หรือความนิยมสินค้าได้เปลี่ยนไป ถ้าราคาบริษัทไม่แพงและบริษัทยังคงทำกำไรให้เติบโตต่อไป ก็อาจจะเป็นการลงทุนที่สำเร็จได้ แต่ถ้าบริษัทประเภทนี้ถูกเก็งกำไรจนราคาแพงไปก็จะกลายเป็นบริษัทฟองสบู่ ตัวอย่างคือธุรกิจเทคโนโลยี ธุรกิจสินค้าโภคภัณฑ์ ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ ธุรกิจแฟชั่น

5) บริษัทแคชคาว เป็นบริษัทที่คล้ายบริษัทอิ่มตัว คือบริษัทมีคุณภาพซึ่งไม่เติบโตแล้ว แต่ต่างตรงที่มีราคาถูก ดังนั้นจะมีกระแสเงินสด และเงินปันผลสูงเมื่อเทียบกับราคาหุ้น ถ้าราคาถูกมาก (Yield สูง) ก็อาจจะเป็นการลงทุนที่ดี แต่ต้องระวังว่าบริษัทแคชคาวจะถดถอยไปเป็นบริษัทซันเซ็ท ตัวอย่างคือธุรกิจที่มีสินค้าพื้นๆไม่เป็นที่สนใจของตลาดแต่ยังขายได้เรื่อยๆ

6) บริษัทยอดนิยม เป็นบริษัทที่มีการเติบโตสูงและมีแนวโน้มว่าบริษัทยังจะเติบโตต่อได้ในระยะยาวอย่างน้อยอีก 10 ปีข้างหน้า อย่างไรก็ตามตลาดได้รับรู้ศักยภาพของบริษัทเป็นที่เรียบร้อยแล้วจึงทำให้มีราคาแพง ถ้าในอนาคตบริษัทยังซื้อขายกันที่ราคาแพงเหมือนเดิม ก็อาจจะเป็นการลงทุนที่สำเร็จได้เพราะเราจะได้กำไรเท่ากับการเติบโตของบริษัท ตัวอย่างคือธุรกิจที่อยู่ในเมกะเทรนด์ เช่น ธุรกิจผูกขาด ธุรกิจที่มีตราสินค้าที่แข็งแกร่ง

7) บริษัทในอุดมคติ เป็นบริษัทที่น่าลงทุนที่สุดใน 7 ประเภท เพราะเป็นบริษัทมีศักยภาพการเติบโตที่มีความแน่นอนสูงในราคาที่เหมาะสม ซึ่งจะกลายเป็นบริษัทยอดนิยมที่มีราคาแพงในอนาคต ตลาดอาจจะยังมองไม่เห็นถึงศักยภาพที่แท้จริงของบริษัท หรืออาจเป็นเพราะราคาลดลงเพราะตลาดรวมอยู่ในภาวะตื่นตระหนก

หุ้นที่น่าลงทุนที่สุดคือ บริษัทในอุดมคติ แต่โดยปกติแล้วหุ้นแบบนี้จะไม่มีให้เราเห็นได้บ่อย

ส่วนหุ้นที่น่าลงทุนรองลงมาคือ บริษัทแคชคาว และ บริษัทยอดนิยม เพราะทั้ง 2 ประเภทนี้เป็นหุ้นที่มีคุณภาพดี ถึงแม้หุ้นยอดนิยมจะแพงแต่ก็ยังมีการเติบโต หรือ บริษัทแคชคาวเติบโตน้อยไปบ้างแต่ก็มีราคาที่รับได้ ก็น่าจะทำให้นอนหลับสบายใจ และดีกว่าหุ้นประเภทอื่น

บริษัทฟองสบู่ และ บริษัทวัฎจักร คนที่ลงทุนได้ควรเป็นมืออาชีพที่มีประสบการณ์เท่านั้น เพราะ หุ้นวัฎจักร และ หุ้นฟองสบู่ เป็นหุ้นที่คาดเดายาก ว่าอนาคตจะเป็นอย่างไร คนที่คาดถูกก็อาจจะได้กำไร แต่ถ้าคาดผิดก็จะโดนลงโทษหนักได้เหมือนกัน

ส่วนหุ้นบริษัทที่อิ่มตัว และ บริษัทซันเซ็ท เป็นหุ้นที่ควรหลีกเลี่ยงถึงแม้ว่าบริษัทซันเซ็ทจะมีราคาที่ถูกมาล่อแต่บริษัทก็กำลังถดถอยไปเรื่อยๆ หรือ หุ้นที่อิ่มตัวถึงแม้ว่ามีคุณภาพที่ดีแต่บริษัทไม่ได้เติบโตแล้วและมีราคาแพงไป

รูปด้านล่างเป็นรูปสรุปของ หุ้น 7 ประเภทนี้

อ่านครั้งแรกอาจจะยัง งง แต่ลองอ่านซ้ำอีก 3 รอบ และดูรูปอีก 3 รอบ น่าจะเข้าใจได้มากขึ้นครับ

Comments

comments



41 thoughts on “หุ้น 7 ประเภทของ ลงทุนแมน”