ธุรกิจฟุตบอล ในมุมมอง CEO ลิเวอร์พูล

ธุรกิจฟุตบอล ในมุมมอง CEO ลิเวอร์พูล

ธุรกิจฟุตบอล ในมุมมอง CEO ลิเวอร์พูล / โดย ลงทุนแมน

ลงทุนแมน ได้มีโอกาสพูดคุยกับ CEO ของสโมสรฟุตบอลลิเวอร์พูล คุณ Peter Moore ที่บินมาร่วมงาน Forbes Global CEO Conference 2018 ที่จัดขึ้นที่ประเทศไทย

หลายคนอาจจะยังไม่รู้จักชื่อของเขา แต่จริงๆ แล้วคุณ Peter Moore เป็น Scouser (คำที่ใช้เรียก คนเมืองลิเวอร์พูล) โดยเขาเป็นแฟนลิเวอร์พูลมาตั้งแต่ 4 ขวบ

เขาคนนี้เคยบริหารงานที่ Sega, Microsoft รวมถึง Electronic Arts ก่อนที่จะรับหน้าที่เป็นประธานเจ้าหน้าที่บริหารของสโมสรฟุตบอลลิเวอร์พูลตั้งแต่ปี 2017 จนถึงปัจจุบัน

การพูดคุยกันทำให้ได้แง่มุมหลายเรื่องเกี่ยวกับธุรกิจฟุตบอล

แต่ก่อนอื่นเรามาทำความรู้จักกับธุรกิจฟุตบอลกันก่อน

รู้หรือไม่ว่า..
ปัจจุบัน ตลาดฟุตบอลระดับโลกสร้างรายได้รวมกันกว่า 963,135 ล้านบาท ซึ่งส่วนใหญ่มาจากประเทศในทวีปยุโรป สามารถเรียงเป็นลำดับได้ ดังนี้

Premier League (อังกฤษ) 200,000 ล้านบาท
La Liga (สเปน) 107,795 ล้านบาท
Bundesliga (เยอรมัน) 105,492 ล้านบาท
Serie A (อิตาลี) 78,373 ล้านบาท
League 1 (ฝรั่งเศส) 62,056 ล้านบาท

หมายความว่า 5 ลีกฟุตบอลชั้นนำครองส่วนแบ่งการตลาดเกินครึ่งหนึ่งของรายได้ในตลาดฟุตบอลทั่วโลกรวมกัน..

หลายคนคงสงสัยว่า รายได้ของสโมสรฟุตบอลมาจากทางใดบ้าง?

ปัจจุบัน รายได้หลักของธุรกิจสโมสรฟุตบอลจะมาจากช่องทางหลักๆ ได้แก่ ค่าลิขสิทธ์การถ่ายทอดสด, ผู้สนับสนุน, การขายสินค้าของสโมสร และค่าตั๋วเข้าชมการแข่งขัน

ในฤดูกาล 2016/17 สโมสรฟุตบอลทั้งหมดใน Premier League มีสัดส่วนรายได้จาก..

ค่าลิขสิทธิ์การถ่ายทอดสด 122,000 ล้านบาท
ผู้สนับสนุน และ สินค้าเชิงพาณิชย์ 52,000 ล้านบาท
ค่าตั๋วเข้าชมการแข่งขัน 26,000 ล้านบาท

เมื่อคิดเป็นสัดส่วน รายได้ของสโมสรฟุตบอลทุกๆ 100 บาท จะมาจาก
ค่าลิขสิทธิ์ 61 บาท
ผู้สนับสนุน และ สินค้าเชิงพาณิชย์ 26 บาท
มาจากตั๋วเข้าชมเพียง 13 บาท

หมายความว่า แฟนบอลนอกสนามที่รับชมผ่านสื่อที่ซื้อลิขสิทธิ์ไปถ่ายทอด มีความสำคัญต่อสโมสรฟุตบอลมากที่สุด

สำคัญขนาดที่ว่า สื่อทั่วโลกยอมจ่ายค่าลิขสิทธิ์ของ 5 ลีกชั้นนำของยุโรปเป็นมูลค่ารวมกันระดับ 292,000 ล้านบาทในฤดูกาลที่ผ่านมา

และความนิยมของลีกฟุตบอลที่เพิ่มมากขึ้น จะตามมาด้วยการแข่งขันการประมูลลิขสิทธิ์ถ่ายทอด รวมถึงแบรนด์ต่างๆ ที่สนใจมาเป็นผู้สนับสนุน ทำให้ธุรกิจนี้เติบโต

สิ่งเหล่านี้กลายมาเป็นคำถามแรกของลงทุนแมนกับคุณ Peter Moore ประธานเจ้าหน้าที่บริหารสโมสรลิเวอร์พูล ว่า “อะไรบ้าง ที่ทำให้ธุรกิจสโมสรฟุตบอลแตกต่างจากธุรกิจอื่นๆ?”

คุณ Peter Moore บอกว่า จุดที่ทำให้ธุรกิจนี้แตกต่างเพราะ ธุรกิจสโมสรฟุตบอลเต็มไปด้วยอารมณ์ และความรู้สึก มากกว่าที่จะเป็นเพียงธุรกิจ

บางอย่างที่เกิดขึ้นในสนาม เราไม่สามารถควบคุมมันได้เลย และเพียงเสี้ยววินาทีเดียวอาจเป็นจุดชี้วัดความสำเร็จ สิ่งเหล่านี้คือเสน่ห์ของวงการกีฬา

นอกจากนี้ สิ่งที่น่าสนใจตามมาไม่แพ้กันคือเรื่อง ค่าฉีกสัญญาของนักเตะ 1 คนที่มีมูลค่าสูงขึ้นเรื่อยๆ..

ปี 2003 Robbie Fowler ย้ายไป Leeds ค่าฉีกสัญญา 11 ล้านปอนด์
ปี 2011 Fernando Torres ย้ายไป Chelsea ค่าฉีกสัญญา 50 ล้านปอนด์
ปี 2018 Philippe Coutinho ย้ายไป Barcelona ค่าฉีกสัญญา 142 ล้านปอนด์

จึงกลายไปเป็นคำถามที่ว่า..

จริงๆ แล้วเบื้องหลังค่าฉีกสัญญาซื้อ-ขายของนักเตะ 1 คนมีปัจจัยอะไรบ้างในมุมมองของผู้บริหาร?

คุณ Moore บอกกับเราว่า เรื่องนี้เป็นเรื่องที่ซับซ้อนและเขาไม่มีส่วนในการตัดสินใจโดยตรง

แต่หลักๆ แล้วกว่าจะได้นักเตะใหม่ 1 คนส่วนใหญ่แล้วจะมาจากทีมนักวิเคราะห์ ทีมแมวมองมืออาชีพ รวมไปถึงความเห็นจากผู้จัดการทีม

หมายความว่า ธุรกิจสโมสรฟุตบอลมีความยืดหยุ่นค่อนข้างมาก แต่ละสโมสรก็มีนโยบายและวิธีการเป็นของตัวเอง และเรื่องผลประกอบการของบริษัทก็มีส่วนสำคัญ

ตัวอย่างเช่น ปี 2015/16 ลิเวอร์พูลทำผลงานได้ไม่ค่อยดีนัก และไม่ได้ไปเล่นในถ้วย UEFA Champions League

รายได้ของสโมสรหดตัวลงในทันที ซึ่งสะท้อนเป็นการขาดทุนสุทธิ 891 ล้านบาท ก่อนที่จะกลับมาทำกำไร 1,655 ล้านบาทในรอบปีที่ผ่านมาจากการเป็นรองแชมป์ถ้วยยุโรป

มากไปกว่านั้น คือ ความกดดันจากทั้งตัวธุรกิจและแฟนบอลเริ่มเปลี่ยนไป..

จากแต่ก่อนที่ผู้บริหารวางแผนพร้อมกับผู้จัดการทีมเพื่อแผนการดำเนินกิจการในระยะยาว กลับกลายเป็นว่า สมัยนี้ผลงานไม่ดีเพียง 1 ปีก็มีสิทธิ์ถูกไล่ออก

ย้อนกลับไปประมาณ 10 ปีก่อน..

ผู้จัดการทีมและนักฟุตบอลอาจจะดูวิดีโอเพื่อวิเคราะห์คู่แข่งเพื่อวางแผนรับมือ

แต่โลกยุคปัจจุบันที่ขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยี สโมสรสามารถวิเคราะห์ได้ละเอียดถึงระดับขีดจำกัดร่างกายเพื่อออกแบบแผนการกิน แผนการออกกำลังกายของนักเตะแต่ละคน

การวางแผนละเอียดถึงขนาดที่ว่า ลิเวอร์พูลต้องจ้างโค้ชทุ่มไกล..

เรื่องนี้แสดงให้เห็นว่า ทุกรายละเอียดที่เกิดขึ้นในสนามแข่งตั้งแต่วินาทีแรกที่นกหวีดถูกเป่ามีเบื้องหลังของการลงทุน ลงแรงอยู่ทั้งสิ้น

และคำถามสำหรับแฟนลิเวอร์พูลทุกคนก็คือ ลิเวอร์พูลภายใต้การนำโดยคุณ Peter Moore ในอีก 5 ปีข้างหน้าจะเป็นอย่างไร?

ในมุมมองของผู้จัดการทีมและแฟนบอล จุดโฟกัสที่สำคัญอาจจะเป็นการเก็บ 3 แต้มในแต่ละเกมในลีก ไม่ว่าวันนั้นผลงานทีมจะเล่นได้อย่างน่าตื่นเต้นหรือไม่

แต่ในทางกลับกัน คุณ Moore ให้ความสำคัญกับ Platform for Success ที่เน้นการเติบโตในระยะยาวเป็นตัวตั้ง

ซึ่งการสร้างความประทับใจให้แฟนบอลทั้งในและนอกสนามยังเป็นสิ่งสำคัญที่ขาดไม่ได้..

ทั้งหมดนี้ต้องอาศัยกลยุทธ์ที่จะทำให้ออกมาอยู่ในจุดที่ทุกฝ่ายพึงพอใจมากที่สุด

ในปีนี้คงน่าสนใจไม่น้อยว่าพรีเมียร์ลีกฤดูกาลนี้จะจบอย่างไร แต่คงต้องบอกว่าปีนี้เป็นอีกปีที่ดูบอลแล้วสนุก

และไม่ว่าผลจะออกมาจะเป็นอย่างไร
สำหรับแฟนลิเวอร์พูลก็คงบอกได้คำเดียวว่า คุณจะไม่มีวันเดินอย่างเดียวดาย..

ขอบคุณโรงแรม The St. Regis Bangkok สำหรับสถานที่สัมภาษณ์คุณ Peter Moore

———————-
<ad> รู้จักคุณ Peter Moore แล้ว อยากจะเข้าใจคุณ Mark Zuckerberg มากขึ้นบ้าง
ต้องอ่านหนังสือเล่มนี้ ‘ใช้ Facebook ถูกวิธี ยอดขายดีขึ้น 100 เท่า’ โดย “DIGITAL TIPS” อ่านแล้วจะเข้าใจ Facebook แบบทะลุทะลวง ยิงแอด Facebook ได้ปังๆ กว่าที่เคย อ่านสนุก เข้าใจง่าย แถมมีวิดีโอในเล่มแจกให้ไว้ไปทำตามกันได้

สามารถซื้อได้แล้วตามร้านหนังสือชั้นนำ ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป
ราคาเพียง 249 บาทเท่านั้น

สั่งซื้อได้ที่ https://line.me/R/ti/p/%40digitaltips
หรือ https://www.facebook.com/thedigitaltips
———————-

Comments

comments