ปตท. VS Apple

ปตท. VS Apple

ถ้าถามว่าบริษัทไหนใหญ่ที่สุดในประเทศไทย ทุกคนคงรู้กันดีกว่าบริษัทนั้น คือ ปตท.
ปี 2016 บริษัท ปตท. มีกำไร 9.5 หมื่นล้านบาท เป็นบริษัทที่มีกำไรมากที่สุดในประเทศไทย
ไม่ใช่บริษัท ซีพี ไทยเบฟ หรือ เซ็นทรัล ของเจ้าสัวที่เรารู้จักกันว่าเป็นคนรวยอันดับต้นๆในไทย
ปตท. ถือหุ้นใหญ่โดยกระทรวงการคลัง 51% ผู้ถือหุ้นใหญ่รองลงมาคือกองทุนทั้งในไทย และต่างชาติ
แล้วบริษัท ปตท. มีทรัพย์สินมากแค่ไหน?

ปตท. มีทรัพย์สินรวมกันมากถึง 2.2 ล้านล้านบาท บริษัทมีธุรกิจมากมายตั้งแต่ การขุดเจาะน้ำมัน โรงกลั่นน้ำมัน สถานีน้ำมัน
ถ้าเรานับเฉพาะสินทรัพย์ถาวรที่มีตัวตน หรือ Tangible Fixed Asset เช่น ที่ดิน อาคาร เครื่องจักร อุปกรณ์
ปตท.จะมี Fixed Asset มากถึง 1.1 ล้านล้านบาท

แล้วบริษัทที่ใหญ่ที่สุดของประเทศอื่นหล่ะ เป็นยังไงกันบ้าง?

ประเทศอเมริกา

บริษัท Apple เป็นบริษัทที่ใหญ่ที่สุดในประเทศอเมริกา และเป็นบริษัทที่ใหญ่ที่สุดในโลกตอนนี้

ปี 2016 บริษัท Apple มี Fixed Asset อยู่ 9.2 แสนล้านบาท

แปลกแต่จริง.. บริษัท Apple มี Fixed Asset น้อยกว่า ปตท.!

เรามาดู Fixed Asset และ กำไร ของ ปตท. เทียบกับ Apple กัน

ปตท. มี Fixed Asset 1.1 ล้านล้านบาท Apple มี Fixed Asset 9.2 แสนล้านบาท

ปตท. มีกำไร 9.5 หมื่นล้านบาท แต่ Apple มีกำไรมากถึง 1.6 ล้านล้านบาท

สรุปแล้ว Apple ใช้ Fixed Asset น้อยกว่า ในการทำกำไรมากกว่า ปตท. 17 เท่า

ทุกๆ Fixed Asset 100 บาท ของ ปตท. จะทำกำไรให้ปตท. ได้ 9 บาท ต่อปี

หรือ ผลตอบแทนปีละ 9% ต่อสินทรัพย์ที่มี ก็น่าจะถือว่าเป็นอัตราที่พอใช้ได้

แต่ ทุกๆ Fixed Asset 100 บาท ของ Apple จะทำกำไรให้ Apple ได้ 174 บาทต่อปี

หรือปีละ 174% นักการเงินคงในสมัยก่อน คงจะบอกว่านี่เป็นอัตราผลตอบแทนต่อสินทรัพย์ที่บ้าไปแล้ว บริษัทโกงแน่ๆ

เพราะว่าสมัยก่อนไม่มีบริษัทแบบนี้

บริษัทในยุคก่อนถ้าอยากได้กำไรเยอะ ต้องระดมทุนมากๆ กู้เงินมากๆ ลงสินทรัพย์ให้มากๆเข้าไว้ แล้วกำไรจะมาตามสินทรัพย์

บริษัทจำพวกนั้นก็คือบริษัทที่ใหญ่ๆของประเทศไทยในปัจจุบัน เช่น บริษัทน้ำมัน ธนาคาร อสังหาริมทรัพย์

แต่บริษัทแบบนี้จะมีข้อเสียเปรียบคือ พอขยายไปถึงจุดหนึ่งจะเริ่มตัน เพราะเป็นบริษัทที่ต้องใช้ทุนมาก

จะเห็นได้ว่าทั้งธุรกิจบริษัทน้ำมัน ธนาคาร อสังหาริมทรัพย์ จะมีบริษัทท้องถิ่นในแต่ละประเทศมาแข่งกับบริษัทระดับโลกในที่สุด

แต่ในสมัยนี้

บริษัทที่สามารถครองโลกได้ จะสามารถขยายได้อย่างรวดเร็ว เพราะไม่ต้องใช้ทรัพย์สินมาก

บริษัทท้องถิ่นตั้งตัวไม่ทัน และถึงบริษัทท้องถิ่นจะมีเงินเหลือที่จะลงทุนในทรัพย์สิน ก็ไม่สามารถแข่งขันได้

เพราะบริษัทที่ครองโลกสมัยนี้ ใช้ไอเดีย ใช้เทคโนโลยี ใช้ดีไซน์ ในการครอบครองคนทั่วโลก ไม่ใช่ทรัพย์สินอีกต่อไป

แล้วมีประเทศไหนบ้างที่ปรับตัวได้?

ประเทศจีน เป็นประเทศที่น่าสนใจ และบริษัทเทคโนโลยีท้องถิ่นในประเทศกลายมาเป็นบริษัทยักษ์ใหญ่ได้

บริษัท Alibaba เป็นบริษัทที่ใหญ่ที่สุดในประเทศจีนตอนนี้ (ไม่ใช่ Tencent แล้ว)

ตอนนี้บริษัท Alibaba มีกำไร 2.2 แสนล้านบาท มากกว่า บริษัท ปตท. 2 เท่า

แต่ที่น่าตกใจคือบริษัท Alibaba มี Fixed Asset เพียง 1 แสนล้านบาท

ใครจะไปคิดว่าบริษัท Alibaba บริษัทใหญ่ที่สุดของจีน

จะมี Fixed Asset น้อยกว่า ปตท. ถึง 11 เท่า..



Leave a Reply

153 Comments on "ปตท. VS Apple"

Notify of
Sort by:   newest | oldest | most voted

แข่งขันกันด้วยความคิดล้วนๆ

ไม่มี ของบริษัท ขายอาวุธบ้างเหรอครับ 5555

Stark Industries (ล้อเล่นนะครับ)

Kasidit Chuanprayoon

Best Pipat อันนี้ดี

Erkkub AstsadawutMiew Kamonthip

เขียนได้เยี่ยมเช่นเคยครับ

แต่เทียบกันแบบนี้ก็ลำบากนะครับ เพราะงานไม่เหมือนกัน

ธุรกิจคนละประเภทนิครับ เปรียบเทียบกันไม่ได้ ถ้า ปตท. น่าจะ เทียบกับ exxon น่าจะถูกนะครับ…

จุดประสงค์ของบทความต้องการเทียบให้เห็นความแตกต่างของธุรกิจดั้งเดิม กับธุรกิจที่ base เทคโนโลยีสมัยใหม่ไงครับ ว่า reverage มันต่างกันขนาดไหน ซึ่งก็เป็นธุรกิจคนละประเภทอยู่แล้ว

อ่อ ครับ

มองในมุมบริษัทที่ใหญ่ที่สุดในประเทศของไทย และ อเมริกาว่าต่างกันอย่างไรครับ ไม่มีอะไรผิดถูกหรอกครับ ผมอยากนำเสนอมุมมองใหม่นะครับ

จริงๆแล้วอยากตั้งหัวข้อว่าบริษัทที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทยเมื่อเทียบกับบริษัทที่ใหญ่ที่สุดในอเมริกา แต่เกรงว่าหัวข้อจะยาวไปครับ

ทุกคนก็น่าจะรู้ดีอยู่แล้วว่าอยู่ในคนละอุตสาหกรรมเทียบกันไม่ได้

แต่ผมคิดกลับกันว่าถ้าเอามาเทียบกันหล่ะ? จะเกิดอะไรขึ้น?
ทำไมบริษัทที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทยไม่เป็นแบบอเมริกา?
แล้วอนาคตอีกกี่ปีจะเป็นแบบนั้น?

เข้าใจจุดประสงค์ครับ ขอบคุณสำหรับบทความรู้ครับ ลงทุนแมน

ผม ว่า อีก3-5ปี บริษัทที่ใหญ่ที่สุดในไทย น่าจะเปลี่ยนหน้า.. ไม่ cpall ก็ aot

อุตสากรรมคนละประเภทกันเอามาเทียบกันไม่ได้หรอกครับ อุตสาหกรรมปิโตรเลียมมีต้นทุนที่ค่อยข้างสูง ROC ค่อนข้างต่ำ แต่คู่แข่งหน้าใหม่น้อย ต่างกับอุตสาหกรรมเทคโนโลยีครับ ที่ต้นทุนต่อหน่วยต่ำกว่ากำไรเยอะเป็นธรรมดา และคู่แข่งมีจำนวนที่มากกว่าครับ

เอา Apple มาเปรียบเทียบกับ Facebook ก็ยังจะมีปัญหาเลย ทั้งๆที่ทั้งสองเป็นธุรกิจที่ใช้เทคโนโลยีสมัยใหม่

ถ้ามี counter argument (เถียงแทนคนดู) ในเรื่อง อาจจะโดนคนติงประเด็นนี้น้อยกว่านี้ก็ได้นะคนับ ไว้ลองดูสิครับ

ประเด็นเฉียบคมคับ
ทำให้เห็นศักยภาพของธุรกิจ 2 รูปแบบ

ผลิตภัณฑ์มันต่างกันด้วยรึเปล่าคะ ของปตท ผลิตภัณฑ์ ต้องผ่านขั้นตอนการทำ r&d การผลิต ซึ่งมีต้นทุนของเครื่องมือการผลิตของตัวเอง ปและแต่ละเครื่อง ก็มีมูลค่าสูง ทำให้ asset สูง

เขาตั้งใจเขียนเปรียบเทียบ ความต่าง ให้ดูไงครับ

อ้อค่ะ ขอบคุณค่ะ

เค้าถึงบอกว่าการขายไอเดีย (ที่ก็มี R&D เหมือนกัน) มันให้ผลตอบแทนต่อสินทรัพย์สูงกว่าไงครับ บริษัทเทคโนโลยีจึงได้เปรียบบริษัทแบบดั้งเดิมที่เน้นลงทุนในสินทรัพย์
.
บทความนี้ต้องการสื่อความต่างของ Business Model ที่มีผลต่อรายได้ และอัตรากำไรของบริษัทต่างๆ ครับ

ทุกๆมิติที่เปรียบเทียบ ผู้เขียนคงอยากเสนอ มุมมอง ที่อ่านละก็ ขอปรบมือให้รัว รัว

เมธาสิทธ์ กาญจนะ

Dissaraporn Missmuse Srinak

เป็นมุมมองที่น่าสนใจมาก

อ​อบคุณบทความดีๆครัย

Assets เป็น Intangible Assets กับ Off-Balance-Sheet Assets แทน

เทียบกันไม่ได้หรอกคับ ธุรกิจผูกขาด กับ ธุรกิจ creative

บ.ที่มีสมัยใหม่ ทำตัวเป็น นายหน้าออนไลน์ ไม่ได้ผลิตเอง

ผมว่าดูขนาดประเทศบ้างก็ดีนะครับ ประเทศไทยเล็กนิดเดียวถ้าเทียบกับอเมริกา ปตท.กำไรขนาดนี้กับประเทศเล็กขนาดนี้ถ้าไปอยู่อเมริกาคงเอาเงินมาทมมหาสมุทรได้

The Greatest Article ~~ !!?

คุณลงทุนแมน เขียนเรื่อง7-Eleven อินโดนีเซียที่ปิดกิจการ หน่อยครับ ว่าทำไมคนอินโดไม่นิยม เหมือนไทย แล้ว 7-Eleven ที่เวียดนามจะเหมือน อินโด หรือไทย ครับ

เพราะสเกลเล็กกว่าคู่แข่งมากครับ ตามไม่ทัน

แล้วที่มีข่าวว่า ซีพี อินโดนีเซีย จะซื้อกิจการไม่ซื้อแล้วหรอครับ

ไม่ซื้อแล้วครับ เซเว่นอินโดปิดกิจการทุกสาขา