ผู้สนับสนุน.. กรณีศึกษา ห้างเพชรทองออโรร่า

ผู้สนับสนุน.. กรณีศึกษา ห้างเพชรทองออโรร่า

ผู้สนับสนุน..
กรณีศึกษา ห้างเพชรทองออโรร่า / โดย ลงทุนแมน

รู้หรือไม่ว่า..
ห้างเพชรทองออโรร่า ที่เรามักจะเห็นกันอยู่ตามห้างสรรพสินค้า
เป็นร้านทองแห่งแรกที่กล้าปรับเปลี่ยนธุรกิจให้เข้ามาอยู่ในโมเดิร์นเทรด
ก่อนจะมาเป็นห้างเพชรทองออโรร่าที่เราเห็นกันในทุกวันนี้
มีความเป็นมาอย่างไร

ลงทุนแมนจะเล่าให้ฟัง

ออโรร่า เริ่มต้นมาจากคุณซุ่ยฮุย ช่างทองที่ผลิตและส่งทองให้กับร้านขายทองที่อยู่บนถนนเยาวราชมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2500 ได้ตัดสินใจเปิดร้านทองเป็นของตัวเองในปี พ.ศ. 2516

โดยในตอนนั้นใช้ชื่อว่า “ห้างทอง ซุ่ยเซ่งเฮง”

ต่อมา คุณประสิทธิ์ ศรีรุ่งธรรม ซึ่งเป็นทายาทรุ่นที่ 2 ของตระกูล ได้รับช่วงต่อกิจการจากคุณพ่อ และได้ทำการเปลี่ยนชื่อร้านเป็น “ออโรร่า”

การปรับเปลี่ยนในครั้งนี้ เรียกได้ว่าเป็นก้าวสำคัญของห้างทองออโรร่า

ซึ่งถือได้ว่าเป็นร้านทอง เจ้าแรก ในขณะนั้น ที่กล้าเปลี่ยนชื่อจากชื่อจีน เป็นชื่ออังกฤษ

เพื่อการเริ่มต้นสร้างแบรนด์ ให้ง่ายต่อการจดจำของคนทั่วไป รวมไปถึงการปรับภาพลักษณ์ของร้านให้ดูทันสมัยยิ่งขึ้น

และที่สำคัญที่สุดคือ การปรับแนวคิดและโมเดลธุรกิจสำหรับร้านทอง

เพราะเมื่อก่อน เราคงคุ้นเคยกันว่า ร้านทอง จะต้องอยู่เยาวราชเท่านั้น

แต่ ออโรร่า เลือกที่จะเปิดตลาดใหม่ โดยเข้าไปเปิดร้านในศูนย์การค้าเดอะมอลล์ รามคำแหง ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2529 ซึ่งถือเป็นร้านทองร้านแรกที่รุกเข้าตลาดโมเดิร์นเทรด

ซึ่งถือว่าเป็นการเปลี่ยนแปลงที่น่าสนใจ เพราะนอกจากจะเป็นช่องทางที่ทำให้เข้าถึงลูกค้าทั่วไปได้มากขึ้นแล้ว ยังช่วยสร้างการรับรู้ให้กับแบรนด์ได้มากขึ้นด้วย

และยังถือว่าเป็นผู้บุกเบิกการเปิดร้านทองในห้างสรรพสินค้า และเปลี่ยนภาพลักษณ์ของร้านทองว่า ไม่ได้จำเป็นต้องอยู่แค่ที่เยาวราช

มาถึงปัจจุบัน ออโรร่า ที่เปิดให้บริการมาครบ 45 ปีพอดี ได้ขยายสาขาไปแล้วทั่วประเทศ 200 สาขา

ที่น่าสนใจคือ เป็นร้านทองเจ้าแรกและเจ้าเดียว ที่เจ้าของกิจการเป็นคนเปิดสาขาเองทั้งหมด ไม่ได้เป็นการขายแฟรนไชส์ให้คนอื่นเอาไปทำ

และยังได้ขยายธุรกิจอีกครั้ง ภายใต้การบริหารงานของทายาทรุ่นที่ 3 โดยได้แตกไลน์ธุรกิจเพื่อจัดจำหน่ายเครื่องประดับเพชร ภายใต้ชื่อ “ออโรร่า ไดมอนด์” และทองคำแท่ง ภายใต้ชื่อ “ออโรร่า เทรดดิ้ง” ที่สามารถซื้อขายทองแท่ง ผ่านทางหน้าร้านและระบบอินเทอร์เน็ตผ่านแอปพลิเคชันมือถือ

ทำให้ ออโรร่า เป็นเจ้าแรกที่ขายเครื่องประดับมีค่าและสามารถซื้อขายแลกเปลี่ยนได้ครบวงจรทั้ง ทองรูปพรรณ เครื่องประดับเพชร พลอย และทองคำแท่ง

เมื่อมีไลน์ธุรกิจเพิ่ม จึงทำให้ ห้างทองออโรร่า เปลี่ยนชื่ออีกครั้งเป็น ห้างเพชรทองออโรร่า เพื่อให้ชื่อครอบคลุมกับธุรกิจที่มีทั้งหมด

สรุปแล้ว บริษัท ออโรร่า ดีไซน์ จำกัด ในตอนนี้ มีธุรกิจหลักอยู่ 5 ประเภท คือ

โมเดิร์น โกลด์ (ทองรูปพรรณ 96.5%)
ดีไซน์ โกลด์ (ทองรูปพรรณ 75%)
ดีไลท์ โกลด์ (ทองรูปพรรณต่างๆ รวมถึงเครื่องประดับมีค่า)
ออโรร่า ไดมอนด์ (เครื่องประดับอัญมณี และเพชร)
และ ออโรร่า เทรดดิ้ง (ทองคำแท่ง 96.5% และ 99.99%)

รวมถึงบริการหลักอีกหนึ่งบริการ คือ บริการรับขายฝาก ทองและเครื่องประดับมีค่า

และเพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับลูกค้ามากขึ้นอีก

ห้างเพชรทองออโร่ายังเป็นร้านทองแห่งแรกที่มีบัตรรับประกัน 3 ใบ
1. เพื่อยืนยันมาตรฐานของสินค้า ว่าเป็นทองคำแท้ 96.5%
2. งานบริการ คือ การล้าง การซ่อม และการต่อ
3. ราคารับซื้อคืนสูงสุดตลอดชีวิต

ทั้งหมดนี้จึงทำให้แบรนด์ออโรร่าได้รับรางวัลระดับโลกอย่าง World Branding Awards 2 ปีซ้อนอีกด้วย

ซึ่งเป็นรางวัลที่มอบให้กับธุรกิจที่มุ่งมั่นพัฒนามาตรฐานการสร้างแบรนด์ที่ดีที่สุดในโลก และเป็นร้านทองแห่งแรกของประเทศไทยที่ได้รับรางวัลนี้

เรื่องนี้ถือเป็นกรณีศึกษาที่น่าสนใจ
จากเมื่อก่อนที่เราคิดว่าการซื้อทองต้องไปซื้อที่เยาวราชเท่านั้น

แต่เมื่อเวลาผ่านไป
พฤติกรรมของผู้บริโภคก็เริ่มเปลี่ยนไป

ในสมัยนี้คนเริ่มนิยมซื้อทองจากร้านที่น่าเชื่อถือในทำเลที่ตัวเองไปสะดวก
โดยไม่จำเป็นต้องไปเดินทางไกลไปซื้อจากที่ใดที่หนึ่ง

นี่ก็เป็นสาเหตุที่ทำให้ ห้างเพชรทองออโรร่า สามารถขยายสาขาได้มากถึง 200 สาขา

และที่น่าสนใจคือ การเติบโตของสาขาห้างเพชรทองออโรร่ายังเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ

จากวันแรกจนถึงปัจจุบัน ห้างเพชรทองออโรร่า ทำให้เราได้เห็นถึงการสร้างโมเดลธุรกิจใหม่ การหาช่องทางขายใหม่ และการปรับตัวให้เข้ากับยุคสมัย โดยเฉพาะการเลือกที่จะใช้ชื่อแบรนด์ว่า “ออโรร่า”

ถ้าเราอยากหาตัวอย่างความสำเร็จของการส่งต่อกิจการจากรุ่นสู่รุ่นในประเทศไทย
ห้างเพชรทองออโรร่า น่าจะเป็นหนึ่งในกรณีศึกษาที่น่าสนใจ ที่ทำให้เรานำไปปรับใช้ในชีวิตของเราได้..

Comments

comments