โครงการ Apollo ไปดวงจันทร์ ใช้เงินลงทุนไปเท่าไร

โครงการ Apollo ไปดวงจันทร์ ใช้เงินลงทุนไปเท่าไร

โครงการ Apollo ไปดวงจันทร์ ใช้เงินลงทุนไปเท่าไร / โดย ลงทุนแมน

“ก้าวเล็กๆ ของมนุษย์คนหนึ่ง แต่เป็นก้าวที่ยิ่งใหญ่ของมนุษยชาติ”

นี่คือคำกล่าวในตำนานของ นีล อาร์มสตรอง มนุษย์คนแรกที่ได้ก้าวไปเหยียบพื้นผิวดวงจันทร์ ซึ่งถือเป็นหนึ่งในวินาทีประวัติศาสตร์ของมนุษยชาติ

แต่ทราบกันหรือไม่ว่า โครงการนี้ต้องมีการลงทุนไปเท่าไร กว่าเราจะได้เดินทางไปถึงดวงจันทร์

เรื่องราวนี้เป็นอย่างไร ลงทุนแมนจะมาย้อนอดีตให้ฟัง

หลังสงครามโลกครั้งที่ 2 โลกเป็นยุคของสงครามเย็นระหว่าง มหาอำนาจสองฝั่ง ที่มีความแตกต่างกันทางเศรษฐกิจและการเมือง ได้แก่ สหรัฐอเมริกา ซึ่งเป็นทุนนิยมเสรี กับ สหภาพโซเวียต ซึ่งปกครองโดยพรรคคอมมิวนิสต์

ทั้งสองเผชิญหน้ากันในหลายเวที ไม่ว่าจะเป็นสงครามตัวแทน การสะสมอาวุธ แต่อีกหนึ่งในการต่อสู้ที่น่าสนใจ คือ การแข่งขันในด้านเทคโนโลยีอวกาศ

ในตอนแรก ดูเหมือนว่าโซเวียต จะเป็นฝ่ายนำหน้าอยู่ก้าวหนึ่ง โดยในปี 1959 สามารถส่งยานไร้คนขับ Luna 2 ไปลงบนดวงจันทร์ได้เป็นชาติแรก และในเดือน เมษายน 1961 สามารถส่งนักบินอวกาศ ยูริ กาการิน ขึ้นไปโคจรเหนือชั้นบรรยากาศโลกได้เป็นครั้งแรกอีกด้วย

หลังจากนั้น 1 เดือน สหรัฐ ไม่นิ่งเฉย โดยประธานาธิบดี จอห์น เอฟ เคนเนดี ได้ประกาศต่อรัฐสภาว่า จะพามนุษย์ไปเหยียบดวงจันทร์ให้ได้ภายใน 10 ปี ทำให้โครงการที่ชื่อว่า “Apollo” ถือกำเนิดขึ้น

ผู้รับผิดชอบโครงการนี้ คือ องค์การบริหารการบินและอวกาศแห่งชาติ หรือ NASA ซึ่งเพิ่งก่อตั้งในปี 1958 โดย Apollo ถือเป็นวาระแห่งชาติ และในช่วงพีก ได้มีการทุ่มงบกว่า 60 – 70% จากงบประมาณทั้งหมดของ NASA ไปในโครงการนี้โครงการเดียว

และในปี 1967 NASA ก็ได้เริ่มทดสอบยาน Apollo 1 แต่ทว่า เกิดอุบัติเหตุไฟไหม้ ทำให้นักบิน 3 ราย เสียชีวิต จนต้องยกเลิกการทดสอบแบบมีคนบังคับยานออกไปก่อน

ต่อมาในปี 1968 หลังจากแก้ไขข้อบกพร่อง NASA ได้เริ่มกลับมาใช้คนบังคับยานอีกครั้ง ในโครงการ Apollo 7 ถึง 10 ซึ่งคราวนี้ประสบความสำเร็จ ถึงขนาดที่พาคนไปโคจรรอบดวงจันทร์ได้แล้ว

และก็มาถึงช่วงเวลาที่โลกรอคอย กับยาน Apollo 11 ซึ่งเป็นปฏิบัติการที่จะพาลูกเรือ 3 คน นีล อาร์มสตรอง, เอ็ดวิน อัลดริน และ ไมเคิล คอลลินส์ ลงไปเหยียบพื้นดวงจันทร์เป็นครั้งแรก

วันที่ 20 กรกฎาคม 1969 ยาน Apollo 11 ได้เดินทางไปถึงดวงจันทร์ และส่ง Eagle ซึ่งเป็นยานลูก ลงสู่พื้นผิวของดวงจันทร์ได้สำเร็จ

นีล อาร์มสตรอง ลงมาจากบันได เหยียบพื้นผิวของดวงจันทร์ พร้อมกล่าวประโยคอมตะตลอดกาล “นี่คือก้าวเล็กๆ ของมนุษย์คนหนึ่ง แต่เป็นก้าวที่ยิ่งใหญ่ของมนุษยชาติ” วันนั้นเขาได้ใช้เวลาอยู่บนดวงจันทร์ประมาณ 21 ชั่วโมง

หลังจากนั้น NASA ได้ส่ง Apollo 12 ถึง 17 ไปดวงจันทร์อย่างต่อเนื่อง (ยกเว้น Apollo 13 ที่เกิดอุบัติเหตุ) รวมแล้วมีมนุษย์เคยลงไปสัมผัสดวงจันทร์ 12 คน และยังไม่มีประเทศไหนส่งคนไปอีกเลย จนถึงปัจจุบันนี้

โครงการ Apollo ใช้งบประมาณไปทั้งหมดเท่าไร?

ในตอนแรกที่จัดตั้งโครงการ มีการประเมินงบไว้ที่ราว 230,000 ล้านบาท (คูณด้วยอัตราแลกเปลี่ยนปัจจุบัน) แต่เมื่อเวลาผ่านไป ปรากฏว่า

ตั้งแต่ปี 1960 จนถึงปี 1969 ที่ Apollo 11 ส่งคนไปยังดวงจันทร์ได้สำเร็จ โครงการ Apollo ได้ใช้เงินไปแล้ว 530,000 ล้านบาท

และหากรวมต้นทุน จนจบโครงการในปี 1972 NASA ใช้เงินไปทั้งสิ้น 830,000 ล้านบาท ซึ่งถ้าคิดเป็นเงินในปีปัจจุบัน มันจะมีมูลค่าเท่ากับ 3.5 ล้านล้านบาท

จำนวนเงินดังกล่าว เทียบได้กับ 1 ใน 4 ของ GDP ประเทศไทย และมากกว่า มูลค่าของ 3 บริษัทที่ใหญ่สุดของไทย อย่าง ปตท. ท่าอากาศยานไทย และ ซีพีออลล์ รวมกันเสียอีก

เมื่อ 100 ปีที่แล้ว หากมีคนบอกว่า เราจะได้ไปเยือนดวงจันทร์ คงจะมีหลายคนบอกว่า มันเป็นเรื่องเพ้อฝัน เพราะสิ่งที่เราพูดถึง มันอยู่ห่างจากโลกออกไป 400,000 กิโลเมตร

แต่ในปัจจุบัน การเดินทางไปดวงจันทร์ ดูเหมือนเป็นเรื่องไม่ไกลเกินเอื้อม ราวกับเที่ยวบินธรรมดาๆ มีหลายประเทศได้ส่งยานไร้คนขับไปสำรวจดวงจันทร์ ไม่ว่าจะเป็น รัสเซีย จีน ญี่ปุ่น อินเดีย ยุโรป หรือแม้แต่เกาหลีเหนือก็มีแผนจะส่งยานไปเช่นกัน

และล่าสุด SpaceX ได้เปิดตัวยาน Big Falcon Rocket (BFR) ซึ่งจะเป็นพาหนะที่พามนุษย์ที่ไม่ใช่นักบินอวกาศ เดินทางไปเที่ยวดวงจันทร์เป็นครั้งแรก ในปี 2023 และมีเศรษฐีญี่ปุ่น ชื่อ ยูซาคุ มาเอซาวา ผู้ก่อตั้งแบรนด์แฟชั่นชื่อดังของญี่ปุ่น ZOZO ได้จองตั๋วเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

บางคน อาจจะคิดว่า Apollo เป็นเรื่องจัดฉากที่สหรัฐต้องการเอาชนะโซเวียต และยานไม่เคยไปถึงดวงจันทร์ ความจริงเป็นอย่างไร คงแล้วแต่วิจารณญาณ และความเชื่อของแต่ละคน

แต่ที่แน่ๆ ตอนนี้ มนุษย์กำลังจะได้ไปเที่ยวดวงจันทร์ และในอนาคตไม่ว่าจะเร็วหรือช้า สุดท้ายมนุษย์ก็จะส่งคนไปตั้งถิ่นฐานบนดาวอังคาร รวมถึงการสำรวจกาแล็กซีอันไกลโพ้น เพื่อหาดวงดาวที่คล้ายคลึงกับโลกในการอยู่อาศัย

เรื่องราวเหล่านี้ทำให้เห็นว่า เรากำลังเข้าสู่ยุคแห่งอวกาศครั้งใหม่ ที่เทคโนโลยีพร้อมกว่าเดิม มีคนยอมจ่ายเงินเพื่อให้ไปท่องเที่ยวในอวกาศมากกว่าเดิม

เม็ดเงินที่ใช้สำหรับโครงการ Apollo ในอดีต ก็อาจจะเป็นเรื่องเล็ก ถ้าเทียบกับเม็ดเงินที่เราจะใช้เพื่อสำรวจดวงดาวในอนาคต

คำถามก็คือเราจำเป็นไหมที่เราจะต้องไปสำรวจอวกาศอันไกลโพ้น ทั้งที่โลกเรายังมีอีกหลายสิ่งให้สำรวจ บางคนถึงกับบอกว่า ควรสำรวจจิตใจของตัวเองให้ดีเสียก่อน ก่อนที่จะไปสำรวจเรื่องราวที่ไกลออกไป

เรื่องนี้ก็ขึ้นอยู่กับความคิดเห็นของแต่ละคน

แต่มนุษย์ก็เป็นแบบนี้เสมอมาตั้งแต่อดีต..

กำแพงเมืองจีน พีระมิด หอไอเฟล ตึกสูงร้อยชั้น

การทำอะไรที่ใหญ่ๆ บางทีมันอาจจะช่วยเติมเต็มให้กับสัญชาตญาณของมนุษย์ก็เป็นได้..
———————-
ติดตามเรื่องน่ารู้อื่นๆ ได้ที่แอปพลิเคชัน “blockdit” โหลดได้ที่ blockdit.com
ความคิดดีๆ เกิดขึ้นที่บล็อกดิต..
.
หนังสือลงทุนแมนไว้อ่านยามว่าง เล่ม 1.0-7.0 ซื้อได้ที่ลิงก์นี้ lazada.co.th/shop/longtunman
.
อินสตาแกรม ไว้ดูภาพสวยๆ instagram.com/longtunman
.
ทวิตเตอร์กระชับฉับไว twitter.com/longtunman
.
ไลน์ส่งข้อความตรงวันละครั้ง line.me/R/ti/p/%40longtunman
———————-

References
https://en.wikipedia.org/wiki/Apollo_program
https://en.wikipedia.org/wiki/Moon_landing

Comments

comments