สรุปประวัติ Paul Allen คู่หู Bill Gates ผู้ร่วมก่อตั้ง Microsoft

สรุปประวัติ Paul Allen คู่หู Bill Gates ผู้ร่วมก่อตั้ง Microsoft

สรุปประวัติ Paul Allen คู่หู Bill Gates ผู้ร่วมก่อตั้ง Microsoft / โดย ลงทุนแมน

“คอมพิวเตอร์สำหรับบุคคล (PC) จะไม่สามารถเกิดขึ้นได้โดยไม่มีเขา”

เป็นคำกล่าวที่ Bill Gates พูดถึง Paul Allen เพื่อนสนิทผู้ร่วมก่อตั้ง Microsoft

หลังจากที่เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา Allen ได้เสียชีวิตลง
จากมะเร็งต่อมน้ำเหลือง (NHL) ด้วยอายุเพียง 65 ปี

Paul Allen เกิดเมื่อวันที่ 21 มกราคม 1953 ในซีแอตเทิล ประเทศสหรัฐอเมริกา

Allen ได้เข้าศึกษาที่โรงเรียน Lakeside อยู่ใกล้ๆ กับบ้านเกิด ซึ่งทำให้เขาได้พบกับ Bill Gates

Allen และ Gates มีความสนใจในเรื่องของคอมพิวเตอร์เหมือนกันซึ่งหาได้ยากสมัยก่อน ทั้งสองคนจึงกลายเป็นเพื่อนสนิทกันภายในเวลาไม่นาน

ความสนใจคอมพิวเตอร์ของทั้งคู่อาจจะเรียกได้ว่าเข้าขั้นหลงใหลเลยทีเดียว เพราะถึงขนาดที่ว่าบางครั้งยอมโดดเรียนออกมาเพื่อที่จะศึกษาเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์

จากความหลงใหลทำให้ความสามารถเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ของทั้งสองคนก้าวหน้าขึ้นอย่างรวดเร็ว

จนถึงขนาดมีเรื่องเล่าว่า Allen และ Gates ช่วยกันใช้เทเลไทป์ของโรงเรียนเพื่อแก้ตารางเรียนของนักเรียนหญิงหน้าตาดีให้มาเข้าเรียนตรงกัน โดยไม่มีใครจับได้

ก่อนจบการศึกษาจาก Lakeside ทั้งสองคนได้ช่วยกันเขียนโปรแกรมขายให้กับโรงเรียน ซึ่งถือได้ว่าเป็น Software ชิ้นแรกๆ ที่สามารถทำเงินได้

หลายๆ คนอาจจะคิดว่า เมื่อทั้ง Allen และ Gates ไม่ค่อยเข้าเรียน อยู่กับคอมพิวเตอร์แทบจะตลอดเวลาก็ไม่น่าที่จะเรียนเก่งได้

แต่เรื่องนี้กลับผิดคาดเลยทีเดียว ทั้งคู่ไม่ได้เก่งเพียงแค่คอมพิวเตอร์เท่านั้น ถ้าเรามาดูผลสอบ SAT เพื่อใช้ในการเรียนต่อมหาวิทยาลัย ซึ่งคะแนนเต็มอยู่ที่ 1,600 คะแนน

พบว่า Gates สอบได้ 1,590 คะแนน ส่วน Allen สอบได้ 1,600 คะแนนเต็ม
ด้วยคะแนนที่สูงจนน่าตกใจ ทำให้การเรียนต่อมหาวิทยาลัยของทั้งสองคนกลายเป็นเรื่องง่ายเลยทีเดียว

Gates เลือกที่จะเข้าฮาร์วาร์ดในสาขาทนายความตามพ่อ ซึ่งหลังจากเข้าไปเรียนแล้ว เขาก็สนใจแต่คอมพิวเตอร์ไม่แตกต่างจากสมัยอยู่โรงเรียน

ส่วน Allen ได้เข้าไปเรียนที่มหาวิทยาลัย Washington State ส่งผลให้ทั้งสองคนต้องแยกย้ายกันไปตามเป้าหมายของตัวเอง

แต่ใครจะไปคิดว่า อีกสองปีถัดมา..ทั้งคู่ก็ได้โคจรกลับมาเจอกัน และกลายเป็นจุดเริ่มต้นของบริษัท Microsoft

ในปี 1975 บริษัท Micro Instrumentation and Telemetry Systems หรือ MITS กำลังจะเตรียมตัวออกคอมพิวเตอร์รุ่นใหม่ที่มีชื่อว่า Altair 8800 ซึ่งเป็นคอมพิวเตอร์สำหรับใช้งานในระดับบุคคล

อย่างไรก็ตาม MITS ก็ยังไม่สามารถวางขายได้เพราะติดปัญหาเรื่องซอฟต์แวร์ที่จะทำให้ใช้งานคอมพิวเตอร์ได้ง่าย

เมื่อ Gates ได้ยินข่าวนี้จึงรีบติดต่อไปที่ MITS พร้อมกับหลอกว่าตอนนี้เขามีโปรแกรมที่ชื่อว่า BASIC ที่จะสามารถช่วยได้

MITS จึงรีบเชิญ Gates ไปพูดคุยทันที
แต่ติดปัญหาอยู่ที่ว่าถ้าบริษัท MITS อยากลองดูตัวอย่างโปรแกรม Gates จะทำอย่างไร

นับว่าทุกอย่างลงตัวพอดี
เพราะเมื่อไม่นานก่อนหน้านี้ Allen ได้ลาออกจากมหาวิทยาลัยกลับมาทำงานเป็นโปรแกรมเมอร์ให้กับบริษัท Honeywell ในบอสตัน ซึ่งอยู่ใกล้กับมหาวิทยาลัยของ Gates

Gates จึงไม่พลาดที่จะชวนเพื่อนสนิทอย่าง Allen เข้ามาช่วย

ซึ่งแน่นอนว่า ผลลัพธ์ก็คือทั้งคู่สามารถสร้างโปรแกรม BASIC สำเร็จภายใน 1 สัปดาห์ และบริษัท MITS ชื่นชอบเป็นอย่างมากจนตกลงที่จะซื้อทันที

ทั้งสองคนจึงตั้งบริษัท Microsoft ขึ้นมาดำเนินการดูแลโปรแกรม BASIC ซึ่งอยู่ภายใต้เงื่อนไขของบริษัท MITS อีกทีหนึ่ง

แต่หลังจากนั้นไม่นาน ทั้งคู่ก็พบว่าซอฟต์แวร์ของตนเอง ถูกผู้ใช้งานของ MITS ก๊อบปี้และแจกจ่ายให้ใช้งานฟรีโดยไม่ได้มีการจ่ายเงิน

MITS จึงอนุญาตให้ Microsoft แยกตัวออกไปเป็นอิสระจากบริษัทได้โดยไม่ติดเงื่อนไขใดๆ อีกต่อไป

Gates และ Allen จึงย้ายบริษัท Microsoft มาอยู่ที่ Bellevue รัฐ Washington ในปี 1979

แม้ว่าบริษัท Microsoft จะดูเหมือนกำลังไปได้ดี แต่ระหว่างนี้เองก็เกิดรอยร้าวของความสัมพันธ์ระหว่าง Gates และ Allen ขึ้นจากเรื่องของการแบ่งหุ้นบริษัท

Gates มองว่าเขาเป็นคนทำโปรแกรม BASIC เกือบทั้งหมด ก็ไม่ควรที่จะแบ่งสัดส่วนผู้ถือหุ้นเท่ากัน

หลังการตกลงกันเรียบร้อยจึงทำให้ Gates ถือหุ้น 64% ในขณะที่ Allen ถือหุ้นเพียง 36% ของบริษัท Microsoft เท่านั้น

หลังจากนั้นไม่นาน ก็มาถึงจุดเปลี่ยนครั้งสำคัญของบริษัท Microsoft

Allen และ Gates ได้รับการติดต่อจาก IBM เพื่อเขียนโปรแกรมให้กับคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคล

โดยในคราวนี้ Microsoft ไม่ได้เขียนโปรแกรมขึ้นมาเอง แต่ซื้อโปรแกรมมาจากบริษัท Seattle Computer Products อีกทีหนึ่งในราคา 5 หมื่นดอลลาร์สหรัฐ และได้นำมาเปลี่ยนชื่อเป็นระบบปฏิบัติการ MS-DOS ที่หลายคนอาจจะคุ้นเคยกันในสมัยก่อน

อย่างไรก็ตาม MS-DOS ที่เขียนให้กับ IBM เป็นการขายลิขสิทธิ์เท่านั้น หรือพูดง่ายๆ ก็คือ ถ้า IBM ขายคอมพิวเตอร์ได้ ก็จะต้องแบ่งกำไรบางส่วนมาให้กับ Microsoft นั่นเอง

ผลปรากฏว่า คอมพิวเตอร์ส่วนบุคคลของ IBM ที่มีระบบปฏิบัติการ MS-DOS ติดตั้งอยู่สามารถทำยอดขายได้อย่างถล่มทลาย ส่งผลให้ Microsoft ได้ส่วนแบ่งอย่างมหาศาล

ไม่เพียงเท่านั้น เมื่อบริษัทอื่นเห็นตัวอย่างความสำเร็จของ IBM จึงต้องการที่จะเข้ามาในตลาดคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคลบ้าง ส่งผลให้บริษัทอื่นเข้ามาติดต่อขอใช้ระบบปฏิบัติการจาก Microsoft เป็นจำนวนมาก

และด้วยเหตุผลนี้เอง ระบบปฏิบัติการของบริษัท Microsoft จึงอยู่ในคอมพิวเตอร์เกือบทุกตัว มาจนถึงทุกวันนี้

ถึงแม้ว่ากิจการของ Microsoft กำลังไปได้ด้วยดี แต่ความสัมพันธ์ระหว่าง Gates และ Allen กลับแย่ลงเรื่อยๆ

ในช่วงที่บริษัทกำลังเติบโตขึ้นจากยอดขายของ IBM ทั้งคู่ได้ตกลงที่จะรับคนเพิ่มเพื่อช่วยในการดูแลบริษัทเพิ่มซึ่งก็คือ Steve Ballmer อดีต CEO คนก่อนของ Microsoft นั่นเอง

การเข้ามาของ Steve Ballmer ทำให้รอยร้าวระหว่าง Gates และ Allen ชัดเจนมากยิ่งขึ้นทั้งในเรื่องของการบริหาร รวมถึงผลประโยชน์ที่ได้รับ

ไม่เพียงเท่านั้นในปี 1982 Allen ถูกวินิจฉัยว่าเป็น มะเร็งต่อมน้ำเหลืองระยะที่ 1 ยิ่งทำให้เขาถูกกดดันมากขึ้นไปอีก

ในปีถัดมา Allen จึงขอลาออกจาก Microsoft ไป นอกจากนั้น Allen ยังได้มีการเล่าเพิ่มเติมในภายหลังอีกว่า Gates ได้มาขอซื้อหุ้นคืนในราคาหุ้นละ 5 ดอลลาร์สหรัฐ อีกด้วย

แต่สุดท้ายแล้ว Allen ก็ไม่ได้ขายหุ้นแต่อย่างใด นับว่าเป็นเรื่องที่เขาคิดถูกอย่างมากเลยทีเดียว เพราะ Microsoft ได้เติบโตขึ้นอย่างก้าวกระโดด ส่งผลให้มูลค่าหุ้นที่เขาถืออยู่เพิ่มอย่างมหาศาล

ปัจจุบัน Allen มีทรัพย์สินทั้งหมดมากถึง 2 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 6 แสนล้านบาท ซึ่งส่วนใหญ่มาจากมูลค่าของหุ้น Microsoft ที่เขาถืออยู่

อย่างไรก็ตาม Gates กล่าวว่า แม้ช่วงเวลาที่ Allen ยังอยู่กับ Microsoft เขาทั้งสองมักจะมีความเห็นไม่ตรงกัน แต่เขาก็ยังคงมองว่า Allen เป็นส่วนสำคัญต่อความสำเร็จที่ Microsoft และเป็นเพื่อนคนสำคัญเหมือนเดิม

เวลาผ่านไปโรคมะเร็งค่อยๆ ลุกลาม และมาวันนี้ Allen ต้องเสียชีวิตลงด้วยวัย 65 ปี

ในช่วงหลายปีที่ผ่านมาก่อนจะเสียชีวิต
Allen ได้บริจาคเงินเพื่อช่วยเหลือสังคมเป็นจำนวนเงินกว่า 2 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ
รวมถึงการก่อตั้งศูนย์วิจัยปัญญาประดิษฐ์
ศูนย์วิจัยเกี่ยวกับสมองและเซลล์

ปิดท้ายด้วยข้อมูลที่น่าสนใจ หลายคนคงสงสัยว่าราคาหุ้น Microsoft ที่ Gates ขอซื้อคืนจาก Allen คือ 5 ดอลลาร์สหรัฐ
แล้วตอนนี้ราคาหุ้นของ Microsoft เป็นเท่าไร?

คำตอบคือ 107.60 ดอลลาร์สหรัฐ
หรือเพิ่มขึ้นมาประมาณ 20 เท่า

โดยหลังจาก MS-DOS สิ่งที่ทำให้ Microsoft ประสบความสำเร็จในเวลาต่อมาก็คือ ระบบปฏิบัติการ Microsoft Windows และ Microsoft Office ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์ที่ทำรายได้มากที่สุดให้แก่บริษัทในปัจจุบัน

รายได้และกำไรของ Microsoft Corporation
ปี 2015 รายได้ 3.09 ล้านล้านบาท กำไร 402,270 ล้านบาท
ปี 2016 รายได้ 2.82 ล้านล้านบาท กำไร 554,400 ล้านบาท
ปี 2017 รายได้ 2.97 ล้านล้านบาท กำไร 699,600 ล้านบาท

ปัจจุบัน บริษัท Microsoft เป็นบริษัทจดทะเบียนที่ใหญ่สุดเป็นอันดับ 3 ของโลก
โดยมีมูลค่ามากถึง 27 ล้านล้านบาท หรือมีขนาดประมาณ 2 เท่าของ GDP ประเทศไทย..
———————-
ยังมีประวัติของบุคคลที่น่าสนใจอีกมากมาย ที่แอปพลิเคชัน “blockdit” โหลดได้ที่ blockdit.com
ความคิดดีๆ เกิดขึ้นที่บล็อกดิต..
.
หนังสือลงทุนแมนไว้อ่านยามว่าง เล่ม 1.0-7.0 ซื้อได้ที่ลิงก์นี้ lazada.co.th/shop/longtunman
.
อินสตาแกรม ไว้ดูภาพสวยๆ instagram.com/longtunman
.
ทวิตเตอร์กระชับฉับไว twitter.com/longtunman
.
ไลน์ส่งข้อความตรงวันละครั้ง line.me/R/ti/p/%40longtunman
———————-

References
-https://www.cnbc.com/2018/10/15/microsoft-co-founder-paul-allen-dies-of-cancer-at-age-65.html
-https://www.blueoclock.com/bill-gates-story/
-https://en.wikipedia.org/wiki/Bill_Gates
-https://en.wikipedia.org/wiki/Paul_Allen
-https://www.cnet.com/news/paul-allen-gates-ballmer-tried-to-rip-me-off/

Comments

comments