ธุรกิจจำนำรถ มีมูลค่าสูงกว่า ธนาคาร

ธุรกิจจำนำรถ มีมูลค่าสูงกว่า ธนาคาร

ธุรกิจจำนำรถ มีมูลค่าสูงกว่า ธนาคาร / โดย ลงทุนแมน

ประเทศไทยในช่วงที่ผ่านมา มีกลุ่มธุรกิจหนึ่งที่เติบโตสูง และมีกำไรมาก
กลุ่มธุรกิจนี้คือ “จำนำทะเบียนรถ”
หลักการของธุรกิจนี้ก็คือ
ใครมีรถยนต์ รถมอเตอร์ไซค์ และ ต้องการใช้เงิน
แค่เอาทะเบียนรถไปจำนำ ก็จะได้เงินก้อนมาใช้
แต่คนที่ได้เงินไปต้องยอมเสียดอกเบี้ยประมาณ 20% ต่อปี

ในแว่บแรกเราอาจคิดว่าใครจะยอมเสียดอกเบี้ยขนาดนี้
แต่จริงๆ แล้วมีคนยอมเสียดอกเบี้ยเพื่อแลกกับเงินก้อน และมีเยอะเสียด้วย..

พอเรื่องเป็นแบบนี้กำไรของกลุ่มธุรกิจนี้ก็โตระเบิด
โตจนกระทั่ง บางบริษัทมีมูลค่าสูงกว่าธนาคารที่เราคุ้นเคยกันเสียอีก

เพื่อให้เห็นภาพจะยกตัวอย่างในตลาดหลักทรัพย์
บริษัทนี้ ชื่อ เมืองไทย แคปปิตอล จำกัด (MTC)

บริษัทนี้มีธุรกิจอะไรบ้าง?

แต่เดิมธุรกิจหลักของบริษัทคือ การปล่อยสินเชื่อรถยนต์ และ รถจักรยานยนต์

ต่อมาจึงเริ่มมีผลิตภัณฑ์อื่นๆ เพิ่มเข้ามา ไม่ว่าจะเป็น สินเชื่อเพื่อการเกษตร, สินเชื่อโฉนดที่ดิน, สินเชื่อนาโนไฟแนนซ์, สินเชื่อส่วนบุคคล รวมถึง นายหน้าประกันภัยรถยนต์

ถ้าเราฟังวิสัยทัศน์ของบริษัท เราคงตกใจเพราะบริษัทนี้บอกว่า
จะเน้นการขยายบริการให้ครอบคลุมพื้นที่ทั่วประเทศไทย จากจังหวัดสู่อำเภอ จากอำเภอมุ่งสู่ตำบล
ซึ่งตอนนี้มีสาขาทั้งหมด 2,889 สาขา

โดยบริษัทตั้งเป้าขยายปีละ 600 สาขา

600 สาขามากขนาดไหน?
7-11 ประเทศไทยขยายสาขาใหม่ 700 สาขาในปี 2560..

สรุปง่ายๆ.. ธุรกิจจำนำทะเบียนรถยนต์ ตอนนี้กำลังขยายสาขาพอๆ กับเซเว่น..

พอเรื่องเป็นแบบนี้ หุ้นของบริษัทนี้จึงซื้อขายกันที่ 51.50 บาท ซึ่งทำให้บริษัทนี้มีมูลค่า 109,180 ล้านบาท

หนึ่งแสนล้านบาทนี้มากขนาดไหน?

คำตอบคือมากกว่าบางธนาคารที่เรารู้จักกันดี..
ตอนนี้ ธนาคารทหารไทย (TMB) มีมูลค่าบริษัทอยู่ที่ 103,490 ล้านบาท

เพราะอะไรนักลงทุนถึงให้มูลค่าของ ธุรกิจจำนำทะเบียนรถ มากกว่า ธุรกิจธนาคาร?

เรื่องนี้คงขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย ทั้งความคาดหวังของนักลงทุน และ สถานการณ์ของธุรกิจ

บริษัท เมืองไทย แคปปิตอล จำกัด (มหาชน)

ปี 2559 รายได้ 4,472 ล้านบาท กำไร 1,464 ล้านบาท
ปี 2560 รายได้ 7,471 ล้านบาท กำไร 2,501 ล้านบาท
งวดครึ่งปี 2561 รายได้ 4,884 ล้านบาท กำไร 1,746 ล้านบาท

ส่วนธนาคารทหารไทย

ปี 2559 รายได้ 46,384 ล้านบาท กำไร 8,226 ล้านบาท
ปี 2560 รายได้ 49,178 ล้านบาท กำไร 8,686 ล้านบาท
งวดครึ่งปี 2561 รายได้ 24,537 ล้านบาท กำไร 4,306 ล้านบาท

ถ้าดูงวดครึ่งปี 2561 ตอนนี้ ธนาคารทหารไทย มีกำไรมากกว่า เมืองไทย แคปปิตอล 2.5 เท่า แต่กลับกลายเป็นว่าตลาดให้มูลค่าบริษัทน้อยกว่า เพราะ ตลาดคาดหวังการเติบโตของ เมืองไทย แคปปิตอล สูงกว่าธนาคารมาก

เรามาดูอัตรากำไรของธุรกิจกัน

ในปี 2560 เมืองไทย แคปปิตอล ปล่อยสินเชื่อทั้งหมด 35,622 ล้านบาท ซึ่งส่วนนี้ทำรายได้ดอกเบี้ยให้แก่บริษัท 6,795 ล้านบาท

ถ้านำมาหารกันแบบง่ายๆ แปลว่า เมืองไทย แคปปิตอล จะได้ดอกเบี้ยประมาณ 19% จากยอดสินเชื่อที่ปล่อย

ส่วนของธนาคารทหารไทย เงินให้สินเชื่อแก่ลูกหนี้ 643,373 ล้านบาท ซึ่งส่วนนี้ทำรายได้ให้แก่บริษัท 31,580 ล้านบาท ซึ่งจะได้ดอกเบี้ยประมาณ 4.9%

จากข้อมูลข้างต้นเมื่อเรานำมาเปรียบเทียบกัน ก็จะเห็นได้ว่า เมืองไทย แคปปิตอล ปล่อยสินเชื่อในอัตราดอกเบี้ยที่สูงกว่าธนาคารถึง 4 เท่า

แล้วทำไมบริษัทจำนำทะเบียนรถถึงคิดดอกเบี้ยที่สูงกว่าธนาคาร ?

คำตอบก็คือ.. การกู้เงินกับธนาคาร เราต้องมีหลักทรัพย์ค้ำประกัน และถูกประเมินจากธนาคารอย่างละเอียดจึงจะสามารถขอกู้ได้ ธนาคารจึงคิดดอกเบี้ยที่ต่ำกว่าเนื่องจากเรามีโอกาสที่จะเบี้ยวหนี้น้อย

แต่สำหรับกรณีของสินเชื่อจำนำทะเบียนรถ เราจะสามารถขอกู้เงินได้ง่ายกว่า และทางบริษัทจะคิดดอกเบี้ยในอัตราที่สูงกว่า เพื่อเป็นส่วนชดเชยความเสี่ยงที่เราจะเบี้ยวหนี้ได้ง่ายกว่า

ซึ่งการจำนำทะเบียนรถจะมีต้นทุนการจัดการที่สูงกว่าเช่นกัน ทั้งหนี้เสีย การตามเก็บหนี้ การยึดหลักประกัน และการนำหลักประกันขายทอดตลาด เพราะสุดท้ายจะมีคนจำนวนมากที่ผ่อนในอัตราดอกเบี้ย 19% ไม่ไหว

อย่างไรก็ตามถ้าบริษัทจัดการต้นทุนได้ ก็จะทำให้ตัวเลขกำไรแสดงออกมาได้เร็วเพราะปล่อยกู้ง่าย

เมื่อปล่อยกู้ง่าย ก็ย่อมส่งผลให้มีโอกาสที่ธุรกิจจะขยายตัวได้เร็วกว่า

เมื่อธุรกิจขยายตัวเร็ว นักลงทุนจึงคาดหวังการเติบโตที่สูง และ สะท้อนไปยังมูลค่าหุ้นของบริษัท

แต่สุดท้ายก็ต้องหมายเหตุว่าการที่ปล่อยกู้ไปแล้ว จะรู้ว่าหนี้เสียหรือไม่ อาจจะต้องรอไปสักระยะหนึ่งถึงจะเห็นตัวเลขที่ชัดเจน

ปิดท้ายด้วยข้อมูลที่น่าสนใจ

เริ่มต้นที่เงิน 100,000 บาท ถ้าเราได้ดอกเบี้ย 19% ต่อปีแบบทบต้น
ปีที่ 1 เราจะมีเงิน 119,000 บาท
ปีที่ 2 เราจะมีเงิน 141,610 บาท
ปีที่ 3 เราจะมีเงิน 168,516 บาท
ปีที่ 4 เราจะมีเงิน 200,534 บาท
นั่นหมายความว่าเราจะมีเงิน 2 เท่าใน 4 ปี
และนี่คือที่มาของการเติบโตที่รวดเร็วของบริษัทนี้

แต่ในทางกลับกันเรื่องนี้อาจทำให้เราได้รู้ว่า ก่อนที่เราจะจำนำอะไร
เราคงต้องคิดให้ดี ว่าเราอยากได้เงินก้อนนั้นจริงๆ หรือไม่
เพราะถ้าเราผ่อนไม่ไหว
เงินก้อนนั้นจะกลับมาทับตัวเรา จนไม่เหลืออะไรให้จำนำ..

หมายเหตุ การลงทุนมีความเสี่ยง โปรดศึกษาข้อมูลให้ครบถ้วนก่อนตัดสินใจลงทุน บทความนี้ไม่ได้มีเจตนาชี้นำให้ซื้อหรือขายหุ้นที่กล่าวถึงในบทความนี้ ราคาตลาดอ้างอิงวันที่ 5 ตุลาคม 2561
———————-
ติดตามเรื่องราวการลงทุนอื่นๆ ได้ที่ “blockdit” โหลดฟรีที่ blockdit.com
ความคิดดีๆ เกิดขึ้นที่บล็อกดิต..
.
หนังสือลงทุนแมนไว้อ่านยามว่าง เล่ม 1.0-6.0 ซื้อได้ที่ลิงก์นี้ lazada.co.th/shop/longtunman
.
อินสตาแกรม ไว้ดูภาพสวยๆ instagram.com/longtunman
.
ทวิตเตอร์กระชับฉับไว twitter.com/longtunman
.
ไลน์ส่งข้อความตรงวันละครั้ง line.me/R/ti/p/%40longtunman
———————-

References
– http://www.muangthaicap.com/th/index.php
– https://www.tmbbank.com/ir/fin_info/annualreport
– https://www.settrade.com

Comments

comments