กรณีศึกษา Bang & Olufsen

กรณีศึกษา Bang & Olufsen

กรณีศึกษา Bang & Olufsen / โดย ลงทุนแมน

หากเราอยากมีแบรนด์เป็นของตัวเอง
เราจะสร้างความแตกต่างของแบรนด์เราอย่างไร?

เมื่อ 92 ปีที่แล้ว มีคู่หูวิศวกรชาวสวีเดนกล่าวว่า..
“เราต้องสร้างหัวใจหลักของแบรนด์จากความขัดแย้ง”

ตัวแปรความขัดแย้งของพวกเขาคือ ศิลปะ และ วิทยาศาสตร์

ทำไมถึงต้องเป็นศิลปะ และ วิทยาศาสตร์?
ลงทุนแมนจะเล่าให้ฟัง

คุณ Peter Boas Bang นักศึกษา ภาควิศวกรรมไฟฟ้าชาวเดนมาร์ก มีความชื่นชอบในเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องกับเครื่องเสียงเป็นพิเศษ

เรื่องนี้ทำให้หลังจากจบการศึกษา เขาได้ต่อยอดสิ่งที่เรียนโดยการไปทำงานในโรงงานผู้ผลิตเครื่องเสียงที่สหรัฐอเมริกากว่า 6 เดือน

หลังจากได้ประสบการณ์การทำงานในโรงงาน คุณ Bang ได้ตัดสินใจชวนเพื่อนวิศวกรสมัยเรียนของเขา คือ คุณ Svend Andreas Grøn Olufsen มาร่วมกันสร้างแบรนด์เครื่องเสียงร่วมกัน

คุณ Bang และคุณ Olufsen เริ่มสร้างห้องทดลองที่บ้านของครอบครัวคุณ Olufsen โดยคุณ Bang รับผิดชอบการทดลองและพัฒนาเทคโนโลยีบนสินค้า และคุณ Olufsen รับผิดชอบเรื่องการบริหารธุรกิจ

เนื่องจากการวางแผนที่ดี ทำให้ผู้ก่อตั้งทั้งสองมีแนวทางการดำเนินกิจการที่มีระบบ ส่งผลให้บริษัทขับเคลื่อนธุรกิจไปได้อย่างรวดเร็ว

ในปี 1927 คุณ Bang และคุณ Olufsen เปิดตัวสินค้าชิ้นแรกของบริษัท The Bang and Olufsen Eliminator เป็นวิทยุที่สามารถเล่นได้โดยใช้ไฟฟ้าแทนที่จะเป็นแบตเตอรี่ขนาดใหญ่

เมื่อสินค้าของพวกเขาเริ่มติดตลาด พวกเขาจึงได้ตั้งชื่อแบรนด์ตามนามสกุลของแต่ละคนออกมาเป็น B&O ย่อมาจาก Bang & Olufsen และได้คิดค้นโลโก้ตั้งแต่ปี 1932 และยังใช้มาจนถึงปัจจุบัน

นอกจากนี้ พวกเขาได้ย้ายห้องทำงานจากห้องใต้หลังคาที่บ้าน ไปเป็นโรงงานในเมือง Struer ประเทศเดนมาร์ก ซึ่งต่อมาโรงงานนี้สามารถสร้างอาชีพให้คนในชุมชนกว่า 3,000 คน..

หลังจากการสร้างโรงงานอย่างเป็นทางการ B&O เริ่มพัฒนาเทคโนโลยีใหม่ๆ เช่น ระบบเครื่องอัดเสียงสำหรับถ่ายทำภาพยนตร์ และลำโพงสำหรับโรงละคร

ในสมัยนั้น เทคโนโลยีใหม่ๆ หรือฟังก์ชันแปลกๆ จะสร้างความสับสนให้กับผู้ใช้งาน ตัวอย่างเช่น

หากเราต้องการเปิดวิทยุ 1 คลื่นโปรด เราต้องคอยหมุนเพื่อหาสัญญาณ

แต่คุณ Bang กลับคิดว่า..
ทำไมเราไม่สร้าง 1 ปุ่มขึ้นมาเพื่อบันทึกคลื่นที่เราชอบแทนการหมุนที่ยุ่งยาก?

พอเรื่องเป็นแบบนี้ คุณ Bang และคุณ Olufsen จึงสนใจเรื่องการออกแบบ และเริ่มนำการออกแบบสินค้าที่สร้างประสบการณ์ที่แตกต่างมาประยุกต์ใช้กับสินค้าอิเล็กทรอนิกส์

ไม่น่าเชื่อว่า ความคิดที่แตกต่างโดยนำความยุ่งยากในชีวิตเป็น โจทย์ ผสมกับเทคโนโลยีที่ตัวเองสนใจ สามารถสร้างเอกลักษณ์ให้ B&O ไปโดยปริยาย

สิ่งเหล่านี้ ส่งผลให้สินค้าของ B&O เริ่มมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว และดูล้ำสมัยกว่าสินค้าทั่วไปในท้องตลาด เพราะการเลือกใช้วัสดุที่ไม่เหมือนใคร และการออกแบบอย่างพิถีพิถัน

แม้ว่าเส้นทางของ B&O จะดูราบรื่น และไปได้ดี
แต่โรงงานของเขาถูกเผาจนไม่เหลืออะไรเลยระหว่างสงครามโลกครั้งที่ 2 โดยทหารเยอรมัน..

แต่เรื่องนี้ไม่เคยทำให้ B&O ล้มเลิกความตั้งใจ

คุณ Bang และคุณ Olufsen สร้างโรงงานขึ้นอีกครั้งในวัยเกือบ 50 ปีและส่งไม้ต่อธุรกิจเครื่องเสียงให้กับรุ่นถัดไป..

ต่อมา B&O ปรับกลยุทธ์การตลาดอีกครั้งโดยเริ่มสร้างหน้าร้าน แทนที่จะส่งให้ตัวแทนจำหน่ายเป็นหลัก เพื่อที่จะติดต่อ และให้ความช่วยเหลือลูกค้าได้โดยตรง

นอกจากนี้ B&O เริ่มจับมือกับแบรนด์ชั้นนำอย่าง HP หรือแม้แต่ Lamborghini เพื่อพัฒนาระบบเสียงร่วมกัน

จนในที่สุด บริษัท Bang & Olufsen ได้จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ประเทศเดนมาร์ก

ต่อมาในปี 2008 ทั่วโลกเกิดวิกฤติเศรษฐกิจ B&O ก็ได้รับผลกระทบไปด้วย..

เรื่องนี้ส่งผลให้ยอดขายของ B&O ตกลงอย่างหนักกว่า 38% ระหว่างปี 2008 ถึง 2009 ส่งผลให้หุ้น B&O ตกจาก 52 ดอลลาร์สหรัฐ เหลือเพียง 8.50 ดอลลาร์สหรัฐ

อย่างไรก็ตาม บริษัทยังยึดถือแนวทางเดิม คือการสร้างศิลปะที่ไม่เหมือนใคร ลงบนสินค้าที่มีประสิทธิภาพ ส่งผลให้บริษัทพลิกกลับมาทำกำไรได้ในระยะเวลาเพียง 2 ปี

ปัจจุบันบริษัท Bang & Olufsen ถูกจัดอยู่ในกลุ่ม Luxury Lifestyle มีกลุ่มลูกค้าระดับบนเป็นหลัก และเริ่มขยายตลาดสู่ประเทศในแถบเอเชียโดยมีสัดส่วนยอดขายจากทวีปยุโรป 46.7% จีน 18.4% สหรัฐอเมริกา 13.3%

ปี 2015 รายได้ 13,402 ล้านบาท
ปี 2016 รายได้ 15,036 ล้านบาท
ปี 2017 รายได้ 16,721 ล้านบาท

และปัจจุบัน Bang & Olufsen A/S มีมูลค่าตลาดสูงถึง 32,118 ล้านบาท..

เรื่องนี้บอกอะไรเรา?

ย้อนกลับไปเมื่อ 93 ปีก่อน..

หลายคนคงหมุนวิทยุหาคลื่นโปรดที่ตนเองชื่นชอบ
แต่คุณ Bang คิดว่า..
เราสามารถทำให้มันง่ายกว่านั้นได้โดยการสร้างปุ่มขึ้นมา

จากปุ่มวิทยุ ถูกต่อยอดตามกาลเวลารวมไปถึงการฝ่าฟันวิกฤติหลายครั้ง
ทำให้ B&O ยังอยู่จนถึงทุกวันนี้..

จริงๆ แล้ว หัวใจหลักของแบรนด์อาจไม่ใช่เพียงรูปลักษณ์ที่แตกต่าง แต่เป็นคุณภาพของสินค้าที่ทำให้คนเชื่อมั่นได้เสมอ ไม่ว่าเวลาจะผ่านไปนานแค่ไหน..
———————-
หากชอบเรื่องนี้ ติดตามเรื่องน่ารู้อื่นๆ ได้ที่แอปพลิเคชัน “blockdit” โหลดได้ที่ blockdit.com
ความคิดดีๆ เกิดขึ้นที่บล็อกดิต..
.
หนังสือลงทุนแมนไว้อ่านยามว่าง เล่ม 1.0-6.0 ซื้อได้ที่ลิงก์นี้ lazada.co.th/shop/longtunman
.
อินสตาแกรม ไว้ดูภาพสวยๆ instagram.com/longtunman
.
ทวิตเตอร์กระชับฉับไว twitter.com/longtunman
.
ไลน์ส่งข้อความตรงวันละครั้ง line.me/R/ti/p/%40longtunman
———————-

References
-https://www.beoworld.org/article_view.asp?id=30
-http://fabrikbrands.com/distinctively-danish-brands-bang-and-olufsen-story/
-https://www.theverge.com/2017/5/12/15622288/bang-and-olufsen-museum-tour-photos-struer-denmark
-https://www.bang-olufsen.com/en/collection
-https://www.bang-olufsen.com/en/stories/the-friendly-battle
-https://www.bloomberg.com/quote/BO:DC

Comments

comments