Linkedin แพลตฟอร์มมืออาชีพ 8 แสนล้าน

Linkedin แพลตฟอร์มมืออาชีพ 8 แสนล้าน

Linkedin แพลตฟอร์มมืออาชีพ 8 แสนล้าน / โดย ลงทุนแมน

เราเคยสังเกตไหมว่า..
Social Media ยอดนิยมในยุคปัจจุบันมีลักษณะเฉพาะตัวที่เป็นเอกลักษณ์

Facebook นำเสนอเรื่องราวของเพื่อน
YouTube นำเสนอเรื่องราวโดยใช้วิดีโอเป็นสื่อกลาง
Instagram นำเสนอรูปภาพของบุคคลที่เราติดตาม

และแพลตฟอร์มชื่อดังอีกมากมาย ซึ่งพยายามนำเสนอแพลตฟอร์มเพื่อตอบโจทย์คำว่า Lifestyle

อย่างไรก็ตาม Linkedin ถูกสร้างขึ้นมาเป็นแพลตฟอร์มเหมือนกันแต่กลับเต็มไปด้วยบริษัทชั้นนำ และพนักงานตั้งแต่เด็กจบใหม่ ไปจนถึงผู้บริหารระดับโลก

เพราะอะไร..

ปัจจุบันมีผู้ใช้งานอินเทอร์เน็ต 4,156 ล้านคน คิดเป็นกว่า 54.68% ของประชากรทั่วทั้งโลก

แต่เมื่อ 15 ปีก่อน หรือในช่วงปี 2003 ผู้ใช้งานอินเทอร์เน็ตมีเพียง 608 ล้านคน

แปลว่าคนที่เริ่มสร้าง Social Media ในยุคนั้น วิเคราะห์และคาดการณ์ได้อย่างแม่นยำถึงการเติบโตของตลาดอินเทอร์เน็ต..

สมัยนั้น Hi5 เปิดให้บริการแพลตฟอร์มระหว่างเพื่อน และกลายเป็นที่นิยมมีผู้ใช้งานกว่า 70 ล้านคน จาก 200 ประเทศทั่วโลก เช่นเดียวกับคู่แข่งคนสำคัญ คือ Myspace

ทั้ง 2 แพลตฟอร์มถูกท้าทายจากผู้เข้าแข่งขันจำนวนมาก..

จนกระทั่งการเปิดตัวของ Facebook ในปี 2004

ด้วยลักษณะแพลตฟอร์มที่เป็นประเภทเดียวกันระหว่าง Hi5, Myspace และ Facebook คือ การนำเสนอเรื่องราวของเพื่อน และครอบครัวมาอยู่บนอินเทอร์เน็ต

แปลว่า ใครที่สามารถมีผู้ใช้งานในมือได้มากกว่าคือผู้ชนะ คล้ายๆ กับสมรภูมิ e-Commerce ในประเทศไทยที่กำลังแข่งขันกันอย่างดุเดือด

อย่างไรก็ตาม ศึก Social Media ในตอนนั้น Facebook ตอบโจทย์ผู้ใช้งาน มีความน่าเชื่อถือ รวมถึงสร้างประสบการณ์การใช้งานได้ดีกว่า

สิ่งเหล่านี้ส่งผลให้ Facebook ยึดอันดับ 1 ของตลาด Social Media ได้สำเร็จโดยปัจจุบันบริษัทมีรายได้ 1.33 ล้านล้านบาท และมีผู้ใช้งานมากถึง 2,200 ล้านคนในแต่ละเดือน

แต่รู้หรือไม่ว่า ณ ช่วงเวลาเดียวกันในปี 2003

Linkedin ถูกก่อตั้งขึ้นในรูปแบบการนำเสนอที่แตกต่างออกไป โดยคุณ Reid Garrett Hoffman

คุณ Hoffman เป็นคนอเมริกันที่จบการศึกษาระดับปริญญาโทสาขาปรัชญาจาก Oxford University ประเทศอังกฤษ

ระหว่างการศึกษา คุณ Hoffman ตั้งใจจะเป็นนักวิชาการแต่เขาคิดว่า การเขียนหนังสือหรือบทความให้คนทั่วไปอ่าน 50 ถึง 60 คน มันไม่มีประสิทธิภาพ..

พอเรื่องเป็นแบบนี้ คุณ Hoffman จึงตั้งเป้าหมายไปที่การเป็นนักธุรกิจ

แล้วจะมีธุรกิจไหนบ้างที่บทความ 1 หน้าจะเข้าถึงคนได้มากกว่า 60 คน?

หลังจากตั้งเป้าหมายอย่างชัดเจน..

คุณ Hoffman เริ่มทำงานที่บริษัท Apple Computer รับหน้าที่วางโครงสร้างเครือข่ายทางสังคม eWorld ก่อนที่จะตัดสินใจออกไปทำธุรกิจของตัวเอง

ธุรกิจที่คุณ Hoffman ให้ความสนใจคือ Social Media

เขาจึงสร้างแพลตฟอร์มหาคู่ SocialNet.com ในปี 1997

เนื่องจากในช่วงนั้น ผู้เล่นอินเทอร์เน็ตมีเพียง 70 ล้านคน และอินเทอร์เน็ตยังไม่เป็นที่นิยม สิ่งเหล่านี้ส่งผลให้ SocialNet.com เป็นการเกิดที่ผิดเวลา ซึ่งต่างจากแอปหาคู่ Tinder ที่ประสบความสำเร็จในเวลา 15 ปีต่อมา..

ผ่านไปไม่นาน คุณ Hoffman ได้ร่วมงานกับ Elon Musk ใน PayPal โดยรับตำแหน่ง COO จนถึงปี 2002 ซึ่งต่อมา Paypal ถูกขายให้กับ eBay ที่ราคา 49,140 ล้านบาท

หลังจากนั้น คุณ Hoffman ตัดสินใจลาออกจาก PayPal และจัดตั้งทีมงานเพื่อสร้างแพลตฟอร์ม Social Media ขึ้นอีกครั้ง แต่มีแนวทางเป็นพื้นที่สำหรับแหล่งธุรกิจ ชื่อว่า Linkedin

รู้หรือไม่ว่า Linkedin ในปีแรก มีผู้สมัครใช้งาน 20 คนต่อวัน..

อย่างไรก็ตาม ในปีถัดไป Linkedin เริ่มนำเสนอการเชื่อมต่อระหว่างผู้ใช้งานด้วยสมุดที่อยู่และฟังก์ชันกลุ่มเพื่อรองรับและการเข้าถึงธุรกิจขนาดเล็กมากขึ้น

หลังจากเปิดให้บริการเพียง 2 ปี

คุณ Hoffman เริ่มจับทิศทางและแนวโน้มของ Social Media และนำมาประยุกต์ใช้กับ Linkedin ส่งผลให้บริษัทสามารถสร้างรายได้โดยการนำเสนอระบบ Jobs และ Subscriptions

นอกจากนี้ ความคิดสมัยเรียนที่อยากเป็นนักวิชาการที่เขียนบทความ และกลัวว่าจะไม่มีคนอ่านถูกเปลี่ยนไปเป็นการเขียนบทความบนแพลตฟอร์มซึ่งสามารถเข้าถึงคนได้มากขึ้น

ระบบที่เป็นเอกลักษณ์ของ Linkedin คือ การ Connect ซึ่งจริงๆ แล้วเหมือนกับการกด Add Friend บน Facebook แต่กลับให้ความรู้สึกหนักแน่นกว่า..

โดยผู้ที่ Connect กันจะถือว่าเชื่อมต่อถึงกันโดยมีฐานะเสมือนเป็นเพื่อนทางธุรกิจ หรือ Connections และเราจะเห็นบทความหรือการอัปเดตตำแหน่งการงานต่างๆ ของ Connections ในหน้า Home

ช่วงนั้นเป็นยุคที่ Social เติบโตอย่างรวดเร็ว มีผู้สร้างเว็บไซต์และแอปพลิเคชันหลายรายเพื่อบุกตลาดนี้ ทำให้เราเห็นความเปลี่ยนแปลงอยู่บ่อยๆ

ตัวอย่างเช่น คนไทยเราจะเห็น
Hi5 หายไป Facebook เข้ามาแทนที่
MSN หายไป Line กลายเป็นที่นิยม

การเพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดดของตัวเลขผู้ใช้งานอินเทอร์เน็ต ประกอบกับการมีลักษณะของแพลตฟอร์มที่ชัดเจน 2 ปัจจัยนี้รวมกันทำให้ Linkedin เติบโตอย่างแข็งแกร่ง

จนกระทั่งในปี 2011 บริษัท Linkedin ถูกจดทะเบียนใน New York Stock Exchange ที่ราคา IPO $45 และปิดที่ราคา $94.25 ในวันแรกของการซื้อขาย

สิ่งเหล่านี้ทำให้ Linkedin ถูกเสนอซื้อโดยบริษัท Microsoft ที่ราคาสูงถึง 851,760 ล้านบาทในปี 2016 ซึ่งเป็นการเข้าซื้อกิจการที่แพงที่สุดอันดับที่ 2 ของโลก..

ปัจจุบันคุณ Hoffman เป็นประธานกรรมการบริษัท โดยมีสินทรัพย์รวมกว่า 58,968
ล้านบาท และ Linkedin มีคนลงทะเบียนใช้งานรวม 562 ล้านคนจาก 200 ประเทศทั่วโลก

สิ่งที่น่าสนใจสำหรับเรื่องนี้ก็คือ..

ทั้งๆ ที่แพลตฟอร์มเป็นอิสระต่อทุกคน แต่เรื่องราวบนแพลตฟอร์มต่างๆ กลับไม่เหมือนกัน

อยากหาเรื่องเพื่อน เราเล่น Facebook
อยากหาเรื่องที่เป็นประเด็น เราเล่น Twitter
กลับกัน หากเราอยากหาบทความเกี่ยวข้องกับธุรกิจหรือหางานต้องเข้า Linkedin

แปลว่า การวางเอกลักษณ์ของสิ่งแวดล้อมบนพื้นที่ของเราให้ชัดเจนตั้งแต่วันแรกนั้นสำคัญ และมันจะกลายเป็นสิ่งที่ผู้ใช้งานนึกถึงโดยไม่รู้ตัว..
———————-
นอกจาก Linkedin แล้ว ติดตามเรื่องราวน่าสนใจอื่นๆ ได้ที่แอปพลิเคชัน “blockdit” โหลดฟรีที่ blockdit.com
ความคิดดีๆ เกิดขึ้นที่บล็อกดิต..
.
หนังสือลงทุนแมนไว้อ่านยามว่าง เล่ม 1.0-6.0 ซื้อได้ที่ลิงก์นี้ lazada.co.th/shop/longtunman
.
อินสตาแกรม ไว้ดูภาพสวยๆ instagram.com/longtunman
.
ทวิตเตอร์กระชับฉับไว twitter.com/longtunman
.
ไลน์ส่งข้อความตรงวันละครั้ง line.me/R/ti/p/%40longtunman
———————-

References
-https://www.rankred.com/most-expensive-tech-acquisition/
-https://www.internetworldstats.com/emarketing.htm
-https://usatoday30.usatoday.com/money/industries/technology/2008-02-10-social-networking-global_N.htm
-https://www.forbes.com/profile/reid-hoffman/#5f276ca61849
-https://expandedramblings.com/index.php/by-the-numbers-a-few-important-linkedin-stats/
-https://www.thedrum.com/news/2017/07/20/microsofts-quarterly-revenues-top-24bn-linkedin-continues-drag
-https://phrasee.co/the-history-of-social-media-a-timeline/
-https://interestingengineering.com/chronological-history-of-social-media

Comments

comments