ผู้สนับสนุน.. ตื่นขึ้นมาแล้ว อยากทำงานทุกวัน

ผู้สนับสนุน.. ตื่นขึ้นมาแล้ว อยากทำงานทุกวัน

ผู้สนับสนุน..
ตื่นขึ้นมาแล้ว อยากทำงานทุกวัน / โดย ลงทุนแมน

“แอสการ์ดไม่ใช่สถานที่ แต่เป็นผู้คน”
ถ้าเปรียบเทียบ แอสการ์ด เป็นบริษัท

สิ่งสำคัญของบริษัทอาจไม่ใช่สินค้า แต่เป็นผู้คนที่ทำงานในบริษัทนั้น

แล้วเวลาที่เราเลือกที่จะทำงานในบริษัท

เราจะเลือกงานจาก “ผลตอบเเทน” หรือ “ความชอบ”?

คำตอบของคำถามนี้ควรจะเป็นแบบไหน
เรื่องนี้คงแตกต่างกันไปในแต่ละคน

บางคนจำเป็นต้องทำงานที่ไม่ชอบ แต่ได้ผลตอบแทนสูง

บางคนยอมทำงานที่ตัวเองชอบ แต่ผลตอบแทนน้อย

แล้วทั้งสองอย่างนี้จะเป็นไปพร้อมกันได้ไหม

เรื่องนี้เป็นอย่างไร ลงทุนแมนจะเล่าให้ฟัง

เมื่อพูดถึงความสำคัญของ เงิน แล้ว

บางครั้งผลตอบแทนดีแต่เป็นงานที่เราไม่ชอบ ก็ส่งผลให้เราทำงานนั้นได้ไม่นาน

ถึงแม้ว่าเราจะฝืนทำงานนั้นได้ เราอาจจะต้องแลกด้วยสุขภาพกาย และสุขภาพใจของเรา

ในทางกลับกัน ถ้าเป็นงานที่เราชอบ แต่ผลตอบแทนไม่เพียงพอต่อการใช้ชีวิตของเรา ก็คงจะไม่ใช่ตัวเลือกที่ดีเท่าไรนัก

ดังนั้น สิ่งที่ควรจะเป็นคือ
เราอาจจะไม่จำเป็นที่จะต้องได้งานผลตอบแทนดีที่สุดหรือ งานที่ชอบมากที่สุด

เพียงแต่เราต้องหางานซึ่งอยู่ในจุดที่เหมาะสมกับตัวเรา..

แล้วแบบนี้เราจะหาจุดที่เหมาะสมกับตัวเราได้อย่างไร?

หนึ่งในตัวช่วยของเรื่องนี้ก็คงจะเป็น การหางาน

“ต้นเบื่อหัวหน้าใช่ไหม”
“พลอย นอยด์ป่ะ หัวหน้าสั่งงานเช้าจะเอาเที่ยง”
“งานหนักเงินน้อย ออยเบื่อรึป่าว”

เชื่อว่าหลายๆ คนน่าจะเคยเห็นประโยคเหล่านี้อยู่บนป้ายโฆษณาตามท้องถนน

ถ้าเราลองนึกดูดีๆ แล้ว สาเหตุส่วนใหญ่ที่ทำให้เกิดประโยคเหล่านี้ก็คงจะมาจากเรื่องของ
งานที่ไม่ชอบ พร้อมกับ ผลตอบแทนที่ไม่เหมาะสม

ซึ่งจุดนี้เองเป็นสิ่งที่ WorkVenture ผู้เป็นเจ้าของโฆษณานี้ ต้องการสะท้อนให้เห็นถึงปัญหาที่เกิดขึ้นในขณะนี้ พร้อมกับพัฒนาระบบการหางานรูปแบบใหม่ที่จะช่วยแก้ปัญหาเหล่านี้ได้

WorkVenture เป็นใคร?

WorkVenture เป็นสตาร์ทอัพที่ทำธุรกิจเกี่ยวกับแพลตฟอร์มการหางาน

เมื่อ 2 ปีก่อน เราอาจจะเคยได้ยินชื่อของ “Jobnisit” กันมาก่อน ซึ่งแต่เดิม “Jobnisit” คือ Platform การหางานหรือหาที่ฝึกงานของนักศึกษาจบใหม่โดยเฉพาะ

แต่ด้วยการตอบรับที่ดี ทำให้บริษัทได้ขยายกลุ่มเป้าหมายของตัวเองให้ใหญ่ขึ้นโดย ครอบคลุมคนทำงานที่มีอายุตั้งแต่ 25-45 ปีเป็นต้นไปเพิ่มขึ้น พร้อมกับการเปลี่ยนชื่อเป็น WorkVenture

ซึ่งในช่วงที่ผ่านมาบริษัทได้รับเงินระดมทุนมากถึง 4.1 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

แล้ว WorkVenture จะช่วยเราได้อย่างไร

ตอนนี้ WorkVenture มีผลิตภัณฑ์ของบริษัททั้งหมด 3 ประเภท

1) Job listing เป็นรายการงานทั้งหมดที่บริษัทต่างๆ กำลังต้องการ

2) Employer Branding เปรียบเสมือนพื้นที่เล็กๆ ขององค์กรที่จะคอยบอกเล่าเรื่องราวดีๆ ที่น่าสนใจ พร้อมกับแชร์สิ่งต่างๆ ที่องค์กรอยากจะสื่อสารให้ผู้สมัครได้รับรู้

3) Headhunt เป็นคนกลางที่ช่วยจัดหาพนักงานให้กับบริษัทต่างๆ

แม้ว่าดูๆ แล้วอาจจะเหมือนกับบริษัทอื่นๆ แต่ WorkVenture มีระบบที่น่าสนใจเพิ่มเข้ามาอีก
นั่นก็คือ Company Review หรือ “รีวิวบริษัท”

ระบบ Employer Branding เป็นที่สำหรับให้บริษัทมาเล่าเรื่องของตัวเอง แต่ในส่วนของ Company Review เองก็จะเป็นมุมซึ่งอยู่ตรงข้ามกัน

Company Review คือการที่ผู้สมัครมารีวิวบริษัทที่ตัวเองทำอยู่ แชร์ประสบการณ์ของตัวเองให้ผู้อื่นได้รับรู้

ซึ่งผู้ที่เขียนรีวิวบริษัทจะสามารถดูรีวิวบริษัทขององค์กรอื่นๆ จากความคิดเห็นของผู้สมัครของคนอื่นๆ ได้อีกด้วย

นั่นหมายความว่า ข้อมูลในส่วนนี้จะกลายเป็นอีกหนึ่งตัวช่วยในการตัดสินใจเลือกบริษัทของเราได้ด้วย

ซึ่งปัจจุบันทาง WorkVenture มียอดรีวิวบริษัทมากถึง 10,000 รีวิวจากผู้สมัครจริง

อีกฟีเจอร์หนึ่งที่สำคัญของ WorkVenture ก็คือ WorkScore

ถ้าถามว่างานนี้เหมาะสมกับเราหรือไม่ ระบบ WorkScore จะช่วยบอกเราได้เป็นอย่างดี

WorkScore เป็นระบบที่นำ Artificial Intelligence (AI) หรือที่เราคนไทยชอบเรียกกันว่า หุ่นยนต์ เข้ามาช่วยจัดระบบตำแหน่งแต่ละตำแหน่ง พร้อมแสดงค่าความเหมาะสมของโปร์ไฟล์เรากับตำแหน่งงาน

นั่นหมายความว่า เราจะสามารถเจองานที่เหมาะสมกับตัวเราได้ภายใต้ระบบนี้นี่เอง

นอกจากนั้นในอนาคต WorkVenture ยังจะมีสิ่งที่น่าสนใจเพิ่มเข้ามาอีกนั่นก็คือ

การเปรียบเทียบข้อมูลเงินเดือนของคนทำงานแบบ real time ที่จะช่วยในการหาข้อมูลเงินเดือนที่เหมาะสมให้ทั้งฝ่าย ผู้สมัคร และ บริษัทรู้ว่าเงินเดือนในตลาดเป็นอย่างไร

อ่านกันมาจนถึงตรงนี้แล้ว เราน่าจะเห็นว่า

จริงๆ แล้ว การหางานที่เหมาะสมกับตัวของเราเองอาจจะไม่ใช่เรื่องง่ายอย่างที่คิด

แต่ถ้าเรามีเครื่องมือที่ดีก็น่าจะทำให้กลายเป็นเรื่องง่ายขึ้นได้

WorkVenture น่าจะทำให้ผู้สมัครงานรู้ว่าบริษัทมีลักษณะการทำงานเป็นอย่างไรก่อนจะได้เข้าไปทำงานจริง

นั่นก็หมายถึงทำให้ผู้สมัครได้งานที่ตัวเองชอบจริงๆ

ส่วนบริษัทก็ได้ผู้สมัครที่อยากทำงานนั้นจริงๆ

เรียกได้ว่า ตื่นขึ้นมาแล้ว อยากมาทำงานทุกวัน

สุดท้ายแล้วการเปลี่ยนงานก็จะช้าลง ผู้ทำงานอยู่กับบริษัทนานขึ้น บริษัทก็ไม่ต้องคอยนั่งหาพนักงานเข้ามาทดแทนอยู่บ่อยๆ

สำหรับใครที่กำลังมองหางาน หรือ บริษัทไหนที่กำลังมองหาคนที่เหมาะสมกับองค์กร

WorkVenture ก็น่าจะเป็นหนึ่งในช่องทางที่ช่วยเหลือเราได้เป็นอย่างดี..

Comments

comments